Youth Media Consumption
662 views | +0 today
Follow
Youth  Media Consumption
Youth media consumption 2010
Your new post is loading...
Your new post is loading...
Scooped by Kullatip Satararuji
Scoop.it!

วัฒนธรรมการเรียนรู้เยาวชนในสังคมใหม่

วัฒนธรรมการเรียนรู้เยาวชนในสังคมใหม่ | Youth  Media Consumption | Scoop.it

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาสังคมไทยได้ก้าวสู่สังคมสารสนเทศและยุคโลกาภิวัตน์ เยาวชนรุ่นใหม่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัย เทคโนโลยีดิจิทอล ได้ก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต หล่อหลอมวิธีคิด บ่มเพาะอุปนิสัยและวัฒนธรรมการเรียนรู้ของเยาวชน ส่งผลให้แวดวงการศึกษาต้องปรับตัวและเรียนรู้วัฒนธรรมการเรียนรู้ของเยาวชนให้มากขึ้นเพื่อก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงและไม่มีช่องว่างทางสังคมระหว่างกัน

 

สภาพสังคมสารสนเทศกับการใช้สื่ออินเตอร์เน็ตของเยาวชน

 

       อินเตอร์เน็ตเป็นนวัตกรรมการสื่อสารที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ด้วยความสามารถในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในลักษณะสื่อประสม (Multimedia) คือสามารถสื่อความหมายทั้งในรูปแบบของข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวและเสียง ไปในเวลาเดียวกัน ทำให้ผู้ใช้สามารถรับข้อมูลข่าวสารได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ผ่านบริการต่างๆ ของอินเตอร์เน็ตได้แก่ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail), บริการข้อมูลข่าวสาร (User News), การสนทนาออนไลน์ (IRC/Internet Rely Chat), การคัดลอกข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ และส่วนบริการค้นหาข้อมูลผ่าน World Wide Web (WWW) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “เว็บ” (Web) ด้วยความสามารถที่พิเศษและการใช้งานง่าย search engine อย่าง Google จึงเป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ที่รวบรวมเนื้อหาสาระต่างๆ สำหรับทุกคนในโลกใบนี้

 

          จุดเด่นของอินเตอร์เน็ตก็คือ “เสรีภาพ” ในการสื่อสารอย่างไร้ขีดจำกัด เรื่องราวต่างๆหรือข้อมูลได้ถูกนำเสนอไม่เพียงแต่ในระดับท้องถิ่นแต่ยังสามารถถูกนำเสนอไปได้ทั่วทุกมุมโลก แบบที่เรียกว่า Global Reach ด้วยต้นทุนต่ำ Low Distribution Cost และไปด้วยความเร็วสูง ( Story, 2543, p. 81) รวมถึงความน่าสนใจของเนื้อหาที่มีอยู่ในอินเตอร์เน็ต ทั้งข้อความ ภาพ เสียง และภาพกราฟฟิก โดยเฉพาะในแง่ข่าวสารนั้น ถือเป็นช่องทางการกระจายข้อมูลและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข่าวสารอีกด้วยเพราะสามารถ Customize หรือจัดข่าวที่ผู้บริโภคต้องการให้กับผู้บริโภคแต่ละคนแต่ละกลุ่มในการรับสมาชิก การรับรู้ข่าวสารที่ผู้บริโภคสามารถเลือกเปิดรับเองได้ เช่น คนที่สนใจเรื่องหุ้นก็จะสามารถเลือกเปิดรับเอาเองได้ หรือคนที่สนใจเรื่องเกมส์ก็จะสามารถเลือกเข้าไปดาวน์โหลดเกมส์ต่างๆได้ (Pavlik, 1995, p. 137)

         พัฒนาการทางเทคโนโลยีในปัจจุบันก้าวมาถึงยุค social media ที่การใช้อินเตอร์เน็ตไม่เพียงเพื่อการเขียน BLOG, แต่เป็นแชร์ข้อมูล รูปภาพ ผ่านเครือข่ายการสื่อสารอย่าง Facebook ที่เอื้อต่อการพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมแบบเรียลไทม์ การส่งต่อภาพ คลิปวิดีโอใน Youtube การร่วมเขียน Wikipidia การโพสต์คอมเมนท์ในข่าว, การหาแหล่งข้อมูลด้วย RSS เพื่อ Feed มาอ่านที่ มือถือ notebook หรือ Desktop,

ในปลายปี ค.ศ. 2006 นิตยสาร Time ได้ประกาศว่า บุคคลโดดเด่นของปีคือ “you” หมายความว่า ทุกคนที่ใช้เน็ทคือคนสำคัญของโลก พวกเขาสามารถ "สร้าง" ได้เท่ากับที่เขา "บริโภค การเกิดของ Web2.0 หมายถึงปรากฏการณ์ใหม่ทั้งทางสังคมและทางเทคโนโลยีเว็บยุคใหม่

 

           Web 2.0 อาจมีทั้งประโยชน์และโทษ แต่ได้ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกไปสู่สถานการณ์ใหม่ซึ่งผู้คนกำลังก้าวเข้าไปสู่วัฒนธรรมแบบใหม่ที่ปรับแปลงตัวเองเป็นทวีคูณเมื่อมีผู้เข้าไปใช้มันมากขึ้น หมายความว่า ยิ่งมีคนเข้าไปใช้มาก มันก็ยิ่งขยายตัว และเติบโต เยาวชนกำลังก้าวเข้าไปสู่ปรากฏการณ์นี้และส่งผลต่อวิธีคิด และวิธีใช้ชีวิตของพวกเขาอย่างแน่นอน[1]

 

สื่อใหม่กับเยาวชน

 

            ความเปลี่ยนแปลงทางการสื่อสารในยุค web 2.0 นี้ถือได้ว่าได้เปลี่ยนวัฒนธรรมการเรียนรู้ของเยาวชนยุคนี้ไปโดยปริยาย สื่อโซเชียลมีเดียจะมีอิทธิพลอย่างใหญ่หลวง โดยภาพ สัญญะ ข้อความ และภาพสีแสงที่เคลื่อนไหวได้ ล้วนส่งผลต่อการถักทอ "ความจริง" ในชีวิตของเยาวชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในมิติของการสื่อสารด้วยสัญลักษณ์ วัตถุ และสิ่งประดิษฐ์ต่างๆกิจกรรมประจำวันของเยาวชนถักทออย่างสอดประสานกับการใช้สื่อ เรื่องราวและรูปภาพที่เยาวชนซึมซับจากสื่อคือเครื่องมือสำคัญในการสร้างอัตลักษณ์ของเยาวชนแต่ละคน ดารานักร้องคือต้นแบบของการแต่งกายและแฟชั่น สื่อที่เยาวชนเลือกรับส่งผลต่อท่วงท่าการแสดงออกทางร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเต้นรำหรือกีฬาเยาวชนใช้โซเชียลมีเดียในการติดต่อสื่อสารกันระหว่างเพื่อนฝูง และติดต่อกับคนแปลกหน้า อาจใช้ชื่อจริง หรือชื่อปลอม ในเนื้อหาที่หลากหลายที่เด็กสนใจได้แก่กีฬา เพลง สุขภาพ และความรู้สึก เยาวชนมักใช้สื่อเพื่อพัฒนาอัตลักษณ์ของตนเอง โดยผ่านการสร้างชุมชนของตนเองในโลกออนไลน์ ซึ่งบางครั้งอาจอยู่ในรูปของแฟนคลับ หรือการเล่นเกมออนไลน์ ทั้งนี้ การใช้สื่อของเยาวชนอาจมีโทรศัพท์มือถือเป็นฐาน และขยายออกไปสู่สื่อกระแสหลักอื่นๆเช่น ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์โดยมีคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ตเป็นตัวกลาง ในสหรัฐอเมริกาเยาวชนออกมาสังสรรค์กันในพื้นที่สาธารณะน้อยลง แต่เข้าไปใช้พื้นที่ส่วนตัวคืออินเทอร์เน็ตมากขึ้น ซึ่งทำให้เกิดความสูญเสียความผนึกแน่นของชุมชนทางกายภาพ และสูญเสียความไว้วางใจกันที่มีอยู่ในโลกทางกายภาพ

 

           World Youth Report ยังอธิบายว่า ในปัจจุบัน เยาวชนอาศัยอยู่ใน “หลายโลก” ในเวลาเดียวกัน จึงถูกบีบให้ต่อสู้และปรับตัวให้ได้ในหลายๆสถานการณ์พร้อมกัน เยาวชนบางคนอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ยากจนและอยู่ในครอบครัวที่กดดันด้วยกฎระเบียบของบิดา พวกเขาก็จะ
แสวงหาโลกใหม่ที่มั่นคงกว่าและปลอบประโลมใจได้มากกว่าวัฒนธรรมระดับโลกที่เยาวชนเข้าไปคลุกคลีด้วยจะนำ “พลังเอกภาพ” (unifying force) ซึ่งหมายถึงบทเรียนที่สั่งสอนกันในโลกไซเบอร์มาใช้ มันคือบทเรียนที่สอนว่าพวกเขาควรจะบริโภคอย่างไร จะสร้างพฤติกรรมเช่นใด ควรจะคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร จะเชื่ออะไร จะกลัวอะไร และควรจะต้องการอะไร เยาวชนมากมายทั่วโลกฝันอยากจะเป็นอย่างดารานักร้องและนักกีฬาระดับโลก และเริ่มต่อต้านวัฒนธรรมของผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม แม้ความหนักเบาของพลังเอกภาพย่อมแตกต่างกันไปในแต่ละสังคมซึ่งมีสิ่งแวดล้อมต่างกัน แต่มันก็ทำให้เยาวชนเปลี่ยนแปลงแน่ และนับวัน พลังสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศในสังคมประกิตจะยิ่งรุนแรงยิ่งกว่าพลังจากโรงเรียนและครอบครัว และวิธีการแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นจะทำได้โดยผ่านการทำความเข้าใจของทุกฝ่ายในอันที่จะร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีขึ้น

 

            World Youth Report ชี้ให้เห็นว่า ในสังคมที่เยาวชนใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศคือในประเทศมหาอำนาจ ได้เกิดปรากฏการณ์หนึ่งเรียกว่า “สภาวะสังคมเน็ทเวิร์ค” (network sociality) ซึ่งแตกต่างจากสังคมแบบเดิมที่มีความมั่นคง มีเอกภาพ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมา มีการปลูกฝังจารีตประเพณี มีสายสัมพันธ์ที่โยงใยกันโดยผ่านเรื่องเล่าและตำนาน ในสังคมเน็ทเวิร์ค เกิดขึ้นด้วยพฤติกรรมการแลกเปลี่ยนสารสนเทศ แตกต่างจากสังคมเดิมที่เกิดขึ้นจากเรื่องเล่าและตำนานร่วมในชุมชน การเชื่อมร้อยสังคม (social bond) เกิดขึ้นแบบ “จากโครงการหนึ่ง ไปอีกโครงการหนึ่ง” เป็นพันธกรณีชั่วคราวที่พร้อมจะเดินออกจากวงกั้น แล้วไปสร้างวงใหม่ หรืออาจจะกลับมาที่วงเดิม วัฒนธรรมแบบนี้ส่งผลต่อวิธีคิดของเยาวชน เพราะว่าพวกเขาหล่อหลอมวิธีคิด วิธีทำ โดยมีสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นตัวนำ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติที่ความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชนกับผู้ใหญ่เปลี่ยนไปแบบพลิกฝ่ามือ กล่าวคือ เยาวชนกลับด้านมาเป็นผู้สอนผู้ใหญ่ให้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และโลกของเขาซึ่งเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว Margaret Mead เรียกร้องให้ผู้ใหญ่หันมามองในมุมของเด็ก และยอมรับให้เด็กเป็นครูบ้าง

ข้อมูลจาก World Youth Report ได้ทำให้เกิดความเข้าใจกับวัฒนธรรมย่อยของเยาวชน หรือโลกใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นอันเนื่องจากพลังเอกภาพในระดับโลกที่กำลังขับเคลื่อนคนยุคใหม่

[1] World Youth Report , 2003 Chapter 12, Youth and Information and Communication Technologies (ICT), p.

more...
No comment yet.
Scooped by Kullatip Satararuji
Scoop.it!

Gen Z takes the digital space by storm

Gen Z takes the digital space by storm | Youth  Media Consumption | Scoop.it

   Generation Z,” or children born between the years of 1994 and 2004, have likely never known life without the Internet, cell phones or YouTube. That makes them the most digitally connected generation ever. Although children aren’t permitted to register for an account on social networking sites such as Twitter, Youtube and Facebook until the age of 13, that’s not stopping them from embracing the digital age.

 

Social Media


Teens ages 13-17 make up 10 percent of total Facebook users, but let’s not discount those younger than 13 who are using social networking sites. Togetherville, also known as “Facebook for kids,” allows children 10 years and younger to play games, acquire virtual gifts and watch YouTube videos with their friends. The site requires parents to sign up their kids and even allows them to monitor their children’s use in real-time. A separate social network called Scuttlepad, or “Twitter for kids,” asserts that it lets children “tell your friends what you're doing (...just like the older kids do!).”


Brands seem to be taking notice of Generation Z’s online interests. Mattel recently launched the Barbie Video Girl, a toy that makes it easy for girls to create and edit their own video and post it on YouTube. They’re also asking consumers to follow them on Foursquare and Twitter as Barbie travels the US for a chance to win a Video Girl doll. Other YouTube channels, such as Sesame Street and Fred, have racked up thousands of views and prove that even pre-schoolers are familiar with social media.

 

Gaming & Web


Children are spending about 17 minutes per day playing online games – that includes even the tiniest of tykes. To meet the growing demand, toy company Fischer-Price offers a collection of educational games for infants, toddlers and pre-schoolers, while PBS’s Sid the Science Kid game teaches children all about antibodies, weather and vocabulary.

 

Going Mobile


In 2009, the average child was given his own cell phone at 9.7 years old; that’s actually down from 10.1 years in 2008. Children are spending this time sending thousands of text messages a month, playing pre-installed games, taking pictures and listening to music. And although Leapfrog’s “baby Blackberry” isn’t actually a phone, it certainly teaches tiny tots how to type on a Qwerty keyboard at a surprisingly young age.

 

Parents are Adapting, Too


It seems that parents are becoming more and more comfortable with their children being active in the digital space and are especially comfortable with it being used as an educational tool. In fact, according to the Kaiser Family Foundation, only three-in-10 children have restrictions on media use, and Retrevo.com reports that 31 percent of parents think children under nine are ready to own their first computer.

At this point, it seems there’s no turning back for Generation Z. Whether kids are addicted or just more social, it’s clear that they’re spending more and more time consuming digital media.

-- Christa Keizer, New Media Intern

more...
No comment yet.
Scooped by Kullatip Satararuji
Scoop.it!

ผู้บริโภคสื่อเปลี่ยนจาก "การดู TV "มาเป็น "การหาประสบการณ์ผ่านสื่อ "

ผู้บริโภคสื่อเปลี่ยนจาก "การดู  TV  "มาเป็น  "การหาประสบการณ์ผ่านสื่อ " | Youth  Media Consumption | Scoop.it

 จากผู้ชมโทรทัศน์ปัจจุบันสามารถเข้าชมรายการได้หลายช่องทางโดยเฉลี่ย 21 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จำนวนการบริโภคสื่อมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นถึง 25 ชั่วโมงต่อสัปดาห์โดยประมาณ  นอกจากนี้การเล่นเกมและการติดต่อสื่อสารผ่านกันบนเครือข่ายสังคมต่าง ๆ กำลังถูกแทนที่รายการโทรทัศน์แบบดั้งเดิมและรายการพิเศษ   และด้วยความนิยมการใช้เทคโนโลยี HD ทำให้ผู้ชมรายการสามารถชมรายการต่าง ๆ ด้วยจอภาพใหญ่กว่าเดิมและเล่นเกมอิเล็กทรอนิกส์ได้ ดังนั้นผู้ชมยุคใหม่จึงเปลี่ยนจากการนั่งดูรายการโทรทัศน์แบบเดิม มาเป็นการมีปฏิสัมพันธ์และได้รับประสบการณ์จากรายการต่าง ๆ แทนที่ โดยประสบการณ์ร่วมจากการชมรายการได้จากระบบเสียงแบบ surround และการใช้หูฟังและรีโมทคอนโทรลในการเล่นเกมแบบสามมิติ เป็นต้น นอกจากนี้เด็กวัยรุ่นก็หันมาสร้างเครือข่ายสังคมออนไลน์มากขึ้น (ทั้งเล่นเกมและคุยกันผ่านเว็บเครือข่าย social media ) โดยมีโทรทัศน์เป็นฉากหลังและใช้การส่งข้อความทางโทรศัพท์

 

จากการวิจัยในสหรัฐพบว่ายิ่งครัวเรือนใดมีจำนวนช่องโทรทัศน์ต่าง ๆ มาก ครัวเรือนนั้นจะชมโทรทัศน์มากขึ้นด้วย  ทั้งนี้การใช้เทคโนโลยีสื่อใหม่เป็นสิ่งที่เข้ามาเป็นตัวช่วยเสริมการทำหน้าที่ของโทรทัศน์อีกทางหนึ่งเช่น ประมาณ 70% ของคนอายุต่ำกว่า 34 ปีในอเมริกาเหนือดูโทรทัศน์ไปด้วยและก็ท่องอินเทอร์เน็ตไปพร้อม ๆ กัน   และในจำนวนนี้ มีอยู่ 13% ที่ท่องอินเทอร์เน็ตโดยเข้าเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับรายการโทรทัศน์ที่พวกเขากำลังชมอยู่ในเวลาเดียวกัน สิ่งนี้เองเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นศักยภาพที่ยอดเยี่ยมในการเพิ่มพูนประสบการณ์จากสื่อ

 

more...
No comment yet.
Scooped by Kullatip Satararuji
Scoop.it!

Targeting the Next Generation of Consumers: the millennials

Targeting the Next Generation of Consumers: the millennials | Youth  Media Consumption | Scoop.it

Marketers have been audience-centric since the dawn of their existence. And whereas companies have long thought about audiences and age groups, there is now a broader divide in how the generations think and view the world.

 

In order to attract Generation Y, some 60 million people, (whether to land them as a customer or as an employee) it is necessary to customize your appeals and communication style to fit their techno-oriented lifestyle. But it goes beyond merely adapting your content to changing the way you communicate in general.

 

Gen Y, sometimes referred to as the Echo Boomers because of their huge numbers (according to the US Census there are three times as many Gen Ys as there are Gen Xers), has a reputation for being peer-oriented due, in part, to its reliance on instant communication technologies and the Internet, including email, IMs, texting and social media components like YouTube, Facebook, MySpace and Twitter.

 

When recruiting Generation Y (exact pinpoints are not agreed upon but generally this term refers to individuals born between 1979-1994) you need to give some thought as to who they are and what motivates them. If Gen X is the MTV generation, you can think of Gen Y as the American Idol generation. They are a collective who have been awarded throughout school with everybody-wins trophies. You show up, you get a ribbon. (Alsop, Ron. The Trophy Kids Grow Up: How the Millennial Generation is Shaking Up the Workplace. Jossey-Bass).

 

This has translated into a group who believe they can all sing well enough to win a national competition. But they are also a very giving group. USA Today reports that they volunteer more than any previous generation and they are more socially conscious than any generation since World War II. They have been strictly scheduled throughout most of their lives in sports, dance, foreign language classes, etc. Gen Y is also dependent on peer-to-peer interaction and holds peer reviews in high esteem.

 

This can benefit your company in a very direct way if you tailor your offerings accordingly. Keep in mind

 

1. They are technology-savvy. It’s not enough for you to have a website. Gen Y’s online usage extends past such basics. You need to involve them. Interaction is key

2. They need to feel valued. Remember the everyone gets a ribbon idea? This group has plenty to offer and knows so. Their opinions are valuable.

3. They want to be friends. For this generation, it’s not the quality but the quantity. Number of friends, followers and fans are very important to their collective thinking. Connecting them with peers is essential to holding their interest.

4. They want to be a part of something big. This generation, more so than any before it, has giant dreams. They want to be the next biggest (fill in the blank) but most of it involves being affluent and lauded. Making them feel like a vital part of a lively, desirable community is imperative

5. They’ve gone green. While you may be weighing the costs and steps it takes to go green, the millennials are already there. They’ve grown up in a climate where global warming is on every blackboard and their teachers have educated them on concerns past generations just didn’t think about.

 

The economy has placed challenges on marketers but tailoring your product copy and offerings to appeal to the technology-savvy Gen Y will benefit you in the long run. This is a very different group you are targeting, so review your copy and your technology and see how you can rework them to be more appealing to this important generation.

more...
No comment yet.
Scooped by Kullatip Satararuji
Scoop.it!

Power to the People

Power to the People | Youth  Media Consumption | Scoop.it

    There's no question social media has become the great equalizer of our time – amplifying the messages of individuals, small organizations, grassroots movements and activist minorities that otherwise may not have had a voice. Through social media, people have banded together to create calls to action, solve for tough social problems and help direct corporate philanthropy. Yet even in today's wired world, sometimes there is still no replacement for the power of advertising – crowdsourced, of course.

       LoudSauce is the first crowdsourced media buying platform, which helps small social ventures, nonprofits or individuals amplify their messages in a way that was once reserved for bigger brands with even bigger budgets. By rallying supporters through an online crowd funding platform, LoudSauce raises enough funds to purchase TV, billboard, radio, print or online ads that were originally out of reach for smaller organizations. In one case, 259 individuals joined forces to help a local nonprofit, Uniting NC, fund three digital billboards in North Carolina to promote religious and cultural tolerance across the state. In another example, censored Canadian environmental artist Franke James found support in just 55 funders, who raised funds to line bus shelters with ads, seen by over 1 million Ottawans, to raise awareness for her plight.

          With this innovative fusion of social media crowdsourcing and traditional media advertising, no longer are Facebook and Twitter the only marketing channels at the disposal of smaller causes. These groups too can put a "CMO" to work for their cause – a crowdsourced marketing opportunity. http://www.coneinc.com/powertopeople)

more...
No comment yet.
Scooped by Kullatip Satararuji
Scoop.it!

Youth media Consumption Habits in UK

Youth media Consumption Habits in UK | Youth  Media Consumption | Scoop.it

This report examines the hypothesis: “brands which fail to synergise their presence across varied elements are failing to give their brands the multidimensional effect that young consumers have come to expect from their media-centric lifestyles.”

While 16-24s are the most likely to undertake nearly all forms of internet activity, both on PCs and on mobiles, they are less likely than older consumers to watch as much television in any given day (two and half hours compared to the average of three hours and 45 minutes) and less likely to listen to the radio. While they may be easier to reach across a range of media platforms, traditional media is finding the competition from the internet toughest amongst this age group.

Over half of consumers aged 16-24 admit to having the television on as background noise, even when they aren’t really watching it. Furthermore, just under half say that they will have the television on while surfing the net.

Some 51% of 16-24s have music on in the background that they are not really listening to, 60% of 16-24s tend to listen to music whilst surfing the net and another third listen to music whilst reading newspapers and magazines.

While using web-based email is the most popular done by 16-24s via their PCs or laptops, social networking emerges as the most popular activity done online via mobile phones, with 38% of young people using it, compared to 35% using email.

Despite their higher levels of browsing, those aged 16-24 are less likely than older consumers to partake in many types of online transactions. For example, in general retailing, online banking, auction sites and booking holidays, propensity to have made a transaction peaks among 45-54s. The only categories in which 16-24s are the most likely of all the ranges to have made an online payment is in the downloading of music and film.

16-24s are much more influenced in their purchasing decisions than older consumers by most aspects of the media (or at least the most likely to admit it), and are more likely than any other base of consumers to rely on online tools for guidance. The most common influence is customer reviews, reflecting the trust that people put in the opinions of other consumers.

more...
No comment yet.