VCF file - no ALT but DP4 alternative exist - SEQanswers | Sampraw the one city will grow up in Udonthani. | Scoop.it

"สามพร้าว" ถือได้ว่าเป็นเพียงตำบลเล็กๆ ตำบลหนึ่งที่กำลังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นตำบลที่มีที่ดินสาธารณะเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เกิดการขยายเมืองจาก พื้นที่แออัดในชุมชนเมือง มาสู่ด้านนอกของอำเภอ สามพร้าวเป็นพื้นที่ในความรับผิดชอบของ องค์การบริหารส่วนตำบลสามพร้าว มีรอยต่อติดกับ ตำบลสร้างแป้น ,ตำบลหนองบัว,ตำบลหนองใส ตำบลสามพร้าก้าวสู่ตำบลที่มีความพัฒนาเนื่องจากปัจจุบันมีการขยายตัวของสถานศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธ่นี วิทยาเขตสามพร้าว เป็นสถานศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนที่ดินจาก ผู้ปกครองท้องถิ่นชาวสามพร้าว เราจะไม่กล่าวถึงที่มาของเรื่องนี้ แต่ปัจจุบัน นั้นเมื่อมีการขยายตัวทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินตราในตำบลอย่างมาก บ้างก็ขายที่ดิน มรดกตกทอดให้กับกลุ่มนายทุน  บ้างก็เปิดกิจการเป็นของตนเอง บ้างก็รับช่วงงานรับเหมาจากงบประมาณการก่อสร้างของทางมหาวิทยาลัยเอง 

ปัจจุบันนี้ ราคาที่ดินในเขตพื้นที่ตำบลสามพร้าวมีการขยับขึ้นของราคาค่อนข้างสูง บางพื้นที่มีอัตราต่อไร่ถึง 1.6 ล้านบาทเลยทีเดียว หากจะถามถึงความเจริญทางวัตถุเปรียบเทียบกับความเจริญทางความรู้นั้น สามพร้าวยังเป็นตำบลที่น่าห่วงอยู่บ้าง เนื่องจากคนพื้นที่เป็นพื้นที่ๆ มีค่านิยมด้านการส่งเสริมการศึกษาน้อยมาก ด้วยความที่เป็นตำบล พฤติกรรมนิยม หรือ พฤติกรรมเลียนแบบที่นิยมต่อๆกันมาแบบรุ่นสู่รุ่น โดยมีวงจรชีวิต ดังนี้ เมื่อจบการศึกษาจากชั้นประถม จะมี 5% ไม่ได้รับการศึกษาต่อ เพื่อมาเริ่มสู่วัยทำงาน โดยเริ่มจากงาน รับจ้างและกรรมกรก่อสร้างที่สามารถทำได้ โดยรับจ้างจากเครือญาติที่เป็นผู้รับเหมาเพื่อสะสมประสบการณ์

เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจะมีถึง 35-50% ไม่ได้รับการศึกษาต่อ เพื่อให้ออกมาทำงานหาประสบการณ์ในด้านการก่อสร้าง การใช้แรงงานต่างๆ เพื่อเป็นประสบการณ์ในการทำงานในอนาคต เมื่อชั้นแรงงานเหล่านี้มีเกณฑ์อายุถึง 18- 20 ปี จะได้รับการคัดเลือกรับราชการทหาร หากใครผ่านแล้วก็จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการขายแรงงานข้ามชาติ หรือการดำเนินการเืพื่อไปทำงานยังต่างประเทศ ขณะนี้ที่เป็นที่นิยมเห็นจะมีแก่ ประเทศเกาหลี ประเทศอิสราเอล ประเทศไต้หวัน อย่างนี้เป็นต้น เมื่อทำงานอยู่ต่างประเทศจนถึงช่วงอายุ 25-28 ปี ก็จะเดินทางกลับมาสู่ภูมิลำเนาเพื่อกลับมาสู่การแต่งงานมีครอบครัวและขยายออกเรื่อน เป็นอย่างนี้มารุ่นต่อรุ่น จะเห็นได้ว่า มีเพียง 20-35% เท่านั้นที่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังเพื่อให้ได้รับการศึกษาที่ดี แต่โดยส่วนมากจะเป็นเพศหญิงเท่านั้น แน่นอนว่าเมื่อได้รับการศึกษาที่น้อยแล้วและเมื่อกลับมาจากการไปทำงานยังต่างประเทศทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการกับทรัพย์สินที่หามาได้อย่างดีที่ควร เพียงไม่กี่ปี ทรัพย์สินเหล่านั้นก็จะหายไปตามสมัยนิยม จึงต้องกลับสูวงโคจรของการรับจ้างและทำการเกษตรต่อไปจนถึงวัยชรา 

ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นหาก ความเจริญทางวัตถุได้คลืบคลานเข้ามาสู่พื้นที่แห่งนี้ ปัจจุบันได้มีหลายครัวเรื่อนได้ขายที่ดินบรรพบุรุษเพียงเพื่ออยากได้เงินมาซื้อ รถ สร้างหรือต่อเติมบ้าน บ้างก็ใช้เล่นเที่ยวเตร่ จนที่ดินปัจจุบันในตำบลสามพร้าวไม่ได้มีการถือครองโดยคนสามพร้าว แทบจะเป็นที่ดินของนายทุนทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นเราจึงเห็นว่า การให้ภูมิคุ้มกันทางด้านความรู้ ทางด้านการศึกษามีความสำคัญมากน้อยเพียงใด อย่าลืมว่าวลีเด็ดที่ยังสามารถใช้ได้กับเมืองไทยของเราคงหลีกหนีไม่พ้นวลีที่ว่า "คนโง่ ย่อมเป็นเหงื่อของคนฉลาด" ยังสามารถใช้ได้อยู่ต่อไป

 

ชัชวาฬ ชาวนา 12เมษายน 2555