BARAKA
1.6K views | +0 today
Follow
BARAKA
สารคดีของ Ron Fricke
Your new post is loading...
Your new post is loading...
Scooped by HuaKeo Rattanabala
Scoop.it!

วัฏสงสาร( Samsara)สุดยอดหนังสารคดีแห่งปี 2012

วัฏสงสาร( Samsara)สุดยอดหนังสารคดีแห่งปี 2012 | BARAKA | Scoop.it
... เรื่อง Samsara หรือ วัฏสงสาร จัดได้ว่าเป็น สุดยอดหนังสารคดีแห่งปี 2012 เลยก็ว่าได้ ใช้ทุนสร้างกว่า 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ ใช้เวลาถ่ายทำนานกว่า 5 ปี ใน 25 ประเทศ โดยSamsara ซึ่งเป็นคนละอันกับหนัง คริสตี้ ชุง หนังใหม่ของ Ron Fricke (ผกก.
more...
No comment yet.
Scooped by HuaKeo Rattanabala
Scoop.it!

"Baraka" by Ron Fricke

จากเนื้อหาของเรื่อง Baraka ของ Ron Frice กับการถ่ายทอดเรื่องราวออกมานั้น ส่วนหนึ่งผมคิดว่าเขาต้องการสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองมุมหนึ่งของสังคม อาจมีการเสียดสี การกระทำต่างๆของมนุษย์ ไว้อย่างมีแง่คิด คือ ไม่ต่อว่าหรือกล่าวออกมาตรงๆ แต่เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวสะท้อนให้ผู้รับชมได้ตระหนักคิด ตีความภาพนั้นออกมาในมุมมองของผู้ชมเองเนื่องจากเป็นหนังแบบ Non Fiction ทำให้เมื่อรับชมในแต่ละครั้ง ยิ่งจำนวนครั้งในการชมที่มากขึ้น การตีความจากการเก็บรายละเอียดยิ่งมากขึ้น ผลจากการตีความก็อาจจะยิ่งลึกซึ้งขึ้นได้

                แม้ความเจริญรุ่งเรืองของสังคมจะช่วยทำให้มนุษย์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ผลสรุปของความเป็นจริงแล้วกลับไม่เป็นเช่นนั้น ความอดอยาก การขาดแคลนอาหาร ที่อยู่อาศัย ความเจ็บป่วย โรคภัย สิ่งเหล่านี้กำลังรุมเร้าโลก และประชากรโลก  ที่กำลังอยู่ในสมัยของการบริโภคนิยม ปัญหาต่างๆเกิดขึ้นมากมายทั้งทางสังคม ทางระบบนิเวศวิทยา บวกกับสภาพจิตใจของผู้คนที่ดูสับสน และแตกร้าว ทำให้ภายในจิตใต้สำนึกของผู้คนล้วนสร้างความหวังอยู่ภายใน ซึ่งจากการดูหนังสารคดี Baraka ผมคิดว่า Ron Frice  น่าจะถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของความเชื่อ และความศรัทธา ในศาสนาของแต่ละชนชาติ ที่แตกต่าง บ้างก็ ภาวนาด้วยความสงบ บ้างก็โห่ร้อง บ้างก็กระโดดโลดเต้นเหมือนกำลังกู่ก้องให้โลกรับรู้ในสิ่งที่เขาได้ร้องขอ  แต่ในทุกๆที่ ล้วนมีจุดประสงค์ “ภาวนา” เพื่อให้ตน ได้เกิดความหวัง ความสงบ และความสุขทางจิตใจ เช่นภาวนาในความอบอุ่นจากพื้นที่ที่เหน็บหนาว ภาวนาในความสมบูรณ์จากพื้นที่ที่ขาดแคลนอาหาร ภาวนาในความรัก จากพื้นที่ที่ผู้คนประสบจากภัยสงคราม  ทุกชีวิตไม่ว่าคนหรือสัตว์ ต่างก็ต้องการความอยู่รอด หาจุดสมดุลที่ตนเองดำรงอยู่ได้ แม้ลิงจะเลือกที่เกิดไม่ได้ ต้องเกิดแถวเทือกเขาหิมาลัย  มันยังต้องหาหนทางเอาตัวรอดจากความเหน็บหนาวโดยการแช่บ่อน้ำพุร้อนได้ถูกฉันใด มนุษย์ ผู้มีสมองที่ชาญฉลาดกว่า ก็ควรจะรู้จักรักษาชีวิตเพื่อดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์ อย่างถูกต้องถูกวิธี ไม่เบียดเบียนทำลายธรรมชาติได้ฉันนั้น         

                ประชากรที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดที่อยู่อาศัยที่มากขึ้น ชุมชนแออัดมากขึ้น ถางป่ามากขึ้นเพื่อการเพิ่มพื้นที่อยู่อาศัยมากขึ้น ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และพลังงานที่มากขึ้น ทุกอย่างนี้คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในสังคม เหมือนกับลูกไก่ในโรงงานคัดพันธุ์ไก่ ที่ลูกไก่ต้องเบียดเสียด แน่นกัน อยู่บนราง เพื่อจะต้องถูกคัดกรองเป็นแม่พันธุ์ไก่ชั้นดีในอนาคต ที่ต้องอาศัยอยู่ในกรงที่ซ้อนเรียงกันเป็นชั้น เฉกเช่นมนุษย์ ที่ต้องแก่งแย่งเพื่อให้มีที่อยู่อาศัยตามขนาดที่ตนเองต้องการหรือพอใจ ซึ่งแตกต่างกับ แม่ไก่ตรงที่ แม่ไก่เลือกที่อยู่ของมันไม่ได้ แต่มนุษย์เลือกที่อยู่ได้ แต่อาจไม่ได้ทุกคน เพราะยังมี กลุ่มคนอีกหลายล้านคนบนโลก ที่ต้องอยู่ อย่างอัตคัดอัดแน่น เฉกเช่นแม่ไก่ที่อยู่ในกรงเช่นกัน

                ในโลกที่มีแต่การแข่งขันมนุษย์ล้วนแก่งแย่ง แข่งขันกันพัฒนาสิ่งต่างๆเพื่อความเป็นผู้นำ จนบางครั้งสิ่งที่มนุษย์ลืมไปคือ หัวใจและความเป็นตัวตนของตนเอง ผมดูช่วงหนึ่งที่ Ron Frice นำเสนอคนกำลังประกอบเครื่องมืออิเล็คทรอนิกส์ในโรงงาน ไม่ว่าจะมองการเคลื่อนไหวของมือ แววตา ผมกลับรู้สึกว่า คนผู้นี้ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นหุ่นยนต์ หรือเครื่องจักรกลอะไรสักอย่าง ที่ดูไร้ความรู้สึก และกำลังทำงานตามคำสั่งของฐานข้อมูล เหมือนกับมนุษย์กำลังนำความฉลาดของตัวเเองย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเอง โดยการทำให้เราลืมในตัวตนและความรู้สึกของสิ่งที่เราเป็น 

                อีกทั้งยังมีการถ่ายทอด ให้เห็นถึงการแทรกซึมของมนุษย์ ในการทำลายพื้นที่ส่วนของธรรมชาติ ในมุมมองของผม เหมือนกับ Ron Frice เขาต้องการที่จะนำเสนอว่ามนุษย์ชอบหลงคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใดทั้งปวงแม้แต่ธรรมชาติ แต่จริงๆแล้ว มันยังมีอะไรที่ยิ่งใหญ่ที่มากกว่านั้นในห้วงของจักรวาล ยังมีดวงดาวอีกนับร้อยนับพันล้านดวง ที่เราไม่เคยรู้จักหรือนึกฝันถึง  

                อีกนัยหนึ่งของหนังเรื่อง Baraka ที่ Ron Frice นำเสนอและได้ถ่ายทอดออกมา นั้นก็คือ ท่ามกลางความวุ่นวาย ของการเจริญเติบโตทางสังคมที่ไม่มี ที่สิ้นสุด ทุกอย่างล้วนมีวันที่จะหยุด มีวันดับสูญ สังเกตุได้จากความเจริญรุ่งเรืองในอดีต จากแต่ละอารยธรรม มีจุดสูงสุดของตน แต่ก็มีวันล้มสลาย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ดังตัวอย่าง ฟาโรห์ ที่ชาวอียิปต์ โบราณ ให้ความเคารพประดุจบุตรสุริยเทพ ทำรูปปั้นใหญ่โตมากมาย ในอดีต แต่ปัจจุบันรูปปั้นเหล่านั้น หัวรูปปั้นตกลงมาหัก กลายเป็นเพียงเศษซากกลายเป็นเพียงซากของอารยธรรมโบราณ หรือแม้แต่กรีก เมืองของเหล่านักปราชญ์ นักคิดและนักออกแบบยุคโบราณ ปัจจุบันสิ่งที่พวกเขาสร้างและพัฒนาไว้ กลายเป็นเพียง แหล่งเรียนรู้ ของชนรุ่นหลัง ที่พยายามนึกภาพถึงอดีตที่เคยเจริญรุ่งเรืองของสถาปัตยกรรมเหล่านั้นเอง   

                ความสงบจริงๆ ของมนุษย์ อยู่ที่ไหน... มีแต่ผู้คนค้นหา ท่ามกลางความวุ่นวาย มีแต่คนอยากได้คำว่าสันติสุข บนเส้นทางของความขัดแย้งบนโลกที่กำลังเจริญเติบโตอย่างหนาแน่น  แต่ไม่มีใคร มองตัวเอง มองความสงบจากภายใน ความสงบที่เกิดจากการใช้สติและสมาธิของตนเอง  ผมสังเกตได้จากการที่นักบวชจีนเดินอยู่บนถนนที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนมากมาย บนโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วความจอแจของสังคม บริบทต่างๆกำลังเปลี่ยนไป แต่ตัวของนักบวชผู้นี้ ยังถ่ายทอดออกมาให้ผมรับรู้ได้ถึงความสงบ สิ่งเกิดจากภายใน  มันดูเป็นความสงบสุขที่แท้จริง ที่ถึงแม้เราจะสัมผัสไม่ได้ แต่อย่างน้อยเราก็รับรู้ได้

                ภาพวิวของหมู่มวลเมฆที่เคลื่อนไหวขึ้นลง ก็เฉกเช่นจิตใจของมนุษย์ที่มีสูงมีต่ำ คราคร่ำปนอยู่ด้วยกันไป เราไม่สามารถจับต้องได้ว่าเมฆก้อนไหนเป็นยังไง เราเห็นได้แต่จากการเคลื่อนไหว หากเปรียบดังจิตใจของมนุษย์ที่มากหน้าหลายตา บนโลกใบนี้แล้ว ซึ่งถ้าดูให้ใกล้ตัวหน่อยก็ที่เห็นตามท้องถนนเดินไปมา เราก็เห็นได้แค่จากการเคลื่อนไหวภายนอก แต่เราไม่สามารถมองเห็นภายใน ไม่สามารถรับรู้ถึงจิตใจของแต่ละคนได้เช่นกัน เหมือนคำกล่าว โบราณท่านสอนไว้ รู้หน้า ไม่รู้ใจ ก็เป็นได้ ดังนั้น เราจะมองเห็นแต่ความสวยงาม เหมือนกับมองทิวทัศน์ของมวลหมู่เมฆ ก็คงไม่ได้

                สรุป หลังจากดูBaraka จบผมรู้สึกได้ถึง ความหวังของมวลมนุษยชาติ ในแต่ละพื้นที่ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเห็นจากการ ภาวนา แต่บางส่วนผมเห็นได้จากแววตา ของความหวังของผู้คนที่ Ron Frice ได้ถ่ายทอดออกมาได้อย่างนุ่มนวลและลึกซึ้ง ทำให้ผมรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลก ไม่ว่าจะทางทรัพยากรธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งวัฒนธรรม ความเชื่อ ของมนุษย์เองที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ก่อนมนุษย์เชื่อในธรรมชาติ มาเป็นพระเจ้าหรือศาสดา แต่ปัจจุบันมนุษย์ดูเหมือนจะเชื่อมั่นในตัวเอง ว่ามนุษย์ คือผู้ยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใดเป็นผู้ที่สร้างสรรค์สิ่งต่างๆขึ้นมา แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นผู้ทำลายตัวฉกาจ นั้นเพราะมนุษย์ลืมไปว่า แท้จริงแล้ว มนุษย์เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กๆสิ่งหนึ่งบนโลก ที่มีดีที่มีสมองมากกว่าสัตว์ทั้งปวง เท่านั้น ซึ่งสุดท้าย มนุษย์ก็มีจุดดับคือความตาย รวมถึงโลกที่มนุษย์อยู่ก็มีวันดับสลาย สุดท้ายก็กลายเป็นเพียงเศษดาวกระจัดกระจายอยู่ในห้วงพิภพของอวกาศและจักรวาล เท่านั้นเอง

                สำหรับการนำมาปรับใช้ในงานวารสารศาสตร์นั้นก่อนอื่นผมคงต้องกล่าวว่าเทคนิคบางอย่าง ด้วยความรู้ที่ยังมีน้อยและต้องศึกษาต่อไป อาจกล่าวออกมาผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่ก็จะอธิบายถึงสิ่งที่สังเกตและคิดว่าสามารถนำมาปรับใช้ได้ กับตัวเองก็แล้วกันครับ  อาทิเช่น 1.การเปิดมุมกล้องด้วยภาพที่กว้าง เป็นการบอกสถานที่เช่นฉากแรกที่เปิดมาเป็นภาพวิวของเทือกเขาสูงมีหิมะปกคลุม ก่อนที่จะตัดมาที่ภาพลิงแช่ในน้ำพุร้อนเป็นการบอกสถานที่ว่า ที่นี้คือเทือกเขาหิมาลัย ที่มีอากาศหนาวเหน็บ สามารถนำมาใช้กับการทำงานได้ว่า ในการที่เราจะถ่ายข่าว หรือรายการนั้น เราควรจะเปิดภาพด้วยภาพมุมกว้างก่อน เพื่อเป็นการบอกสถานที่โดยที่ เราอาจจะไม่ต้องพูดเลยเพราะผู้รับชมนั้นอาจจะสามารถ รู้ได้จากภาพที่มองเห็น อันเนื่องมาจากประสบการณ์โดยตรงหรือทางอ้อม ทำให้เกิดความใกล้ชิด กับสิ่งที่เราต้องการจะนำเสนอได้     2.เทคนิคการเคลื่อนกล้องเข้าหาวัตถุ ขณะที่วัตถุหยุดนิ่ง ซึ่งผมคิดว่าน่าจะใช้ Dolly เป็นตัวช่วยในการเคลื่อนไหวแทนการเดินเอง ทำให้ภาพดูนิ่ง และนุ่มนวลมาก และทำให้Subject  ดูมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น      3.การเคลื่อนไหวกล้องตามSubject ทำให้รู้สึกเหมือนเราได้กวาดสายตาไปพร้อมๆ กับSubject ด้วยตนเอง    4.น่าจะมีการใช้รางแบบครึ่งวงกลมในการเคลื่อนที่ตามลักษณะของSubjectที่นั่งล้อมกันเป็นครึ่งวงกลมในฉากของชนเผ่าที่กำลังโห่ร้อง ทำให้รู้สึกว่ามองเห็นอย่างทั่วถึง เพราะคนเราเหมือนจะมีลักษณะของภาพติดตาได้อยู่เลยให้ความรู้สึกว่าเห็นพื้นที่บริเวณนั้นในวงกว้างได้ 5.การClose up ไปที่ Subject ทำให้เห็นอิริยาบถที่ชัดเจน ตามที่ผู้ถ่ายทอดต้องการจะสื่อ เช่นขณะโห่ร้อง หรือ แววตา ของSubject ทำให้สามารถรับรู้ได้ถึงอารมณ์ ความรู้สึกของSubject ในขณะนั้น 6.การใช้ภาพมุมแคบ ในจุดที่ต้องการเน้นรายละเอียด หรือต้องการจะสื่อเช่น ภาพลอยสัก กับภาพการทาสีตัวของชาวเผ่า หรือภาพลิงแช่น้ำพุร้อน ที่มีความหมายนัยยะแฝงอยู่ให้ผู้รับชมตีความคิดเองเป็นต้น 7. น่าจะมีการใช้ Crane ช่วยในการเคลื่อนที่กล้องให้เป็นอิสระบนสภาพพื้นที่ที่ไม่สามารถใช้รางได้ สังเกตจากตรงริมหน้าผาที่เป็นทางขรุขระแต่สามารถ เคลื่อนกล้องไปข้างหน้าได้อย่างนุ่มนวล 8.มีการเล่าเรื่องแบบตัดตอนสลับไปมา แต่ต่อเนื่องกันเหมือนให้ผู้ชมค่อยๆตีความหมายในสิ่งที่ผู้สร้างทำขึ้นมา โดยไม่ได้บอกแบบตรงๆ 9.มีการใช้เทคนิค Time Laps  ทั้งในแบบของการคำนวณเวลา กับตั้งทิ้งไว้ และ Speed Time เพื่อให้เราได้เห็นความเคลื่อนไหวที่ต้องการสื่อได้ชัดเจนขึ้น เช่นฉากของดอกไม้ที่ผลิบาน ฉากของท้องฟ้าที่มวลเมฆเคลื่อนไหว 10.การตั้งกล้องที่ระดับสายตาของมนุษย์ ทำให้ผู้รับชมรู้สึกว่าได้เป็นส่วนหนึ่งกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า เช่นในฉากที่ตัดต้นไม้แล้วต้นไม้กำลังจะโค่นลงเป็นต้น  หรือมีการปรับขาตั้งกล้อง ให้เตี้ยลง เพื่อที่จะสื่อถึงความยิ่งใหญ่โอ่อ่าภายในปราสาทวิหาร 11.องค์ประกอบของจุดตัดของภาพ  ที่ช่วยทำให้สิ่งที่ผู้สร้างต้องการเน้น มีความโดดเด่นขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสมควรนำมาปรับใช้กับการทำงานจริงๆ เพื่อให้ภาพที่ได้มีความน่าสนใจ 12.การสื่อความหมายด้วยเสียงประกอบต่างๆซึ่งบางช่วงก็เป็นเสียงธรรมชาติในบริเวณนั้นจริงๆ บางช่วงก็เป็นเสียงที่เกิดขึ้นภายหลัง นอกจากจะเป็นการกระตุ้นความสนใจของผู้ชมแล้ว เสียงยังช่วยทำให้ผมเกิดมโนภาพหรือความคิดประกอบกับภาพที่มากขึ้น กับสิ่งที่ผู้สร้างต้องการจะสื่อ ทำให้ผมคิดว่าการเลือกเสียงประกอบภาพที่ดีจะช่วยให้คนดูเข้าถึงอารมณ์ได้ดีขึ้นเช่นกัน 

                ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่าจะสามารถนำมาพัฒนาในการฝึกฝนทักษะเพื่อปรับใช้กับการทำงานจริงในด้านวารสารศาสตร์ได้  

more...
No comment yet.
Scooped by HuaKeo Rattanabala
Scoop.it!

SEO โครโน : โดย Ron Fricke, Powaqqatsi : หนัง เหล่านี้อาจ สามปีก่อน ...

SEO โครโน : โดย Ron Fricke, Powaqqatsi : หนัง เหล่านี้อาจ สามปีก่อน. December 20, 2011 by tumcom. SEO seo เครื่องมือที่คุณจะใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเป็นคนที่ทำให้คุณช่างฟิตและสุขภาพดี seo ...
more...
No comment yet.
Scooped by HuaKeo Rattanabala
Scoop.it!

Samsara - Official Trailer (HD)

http://www.joblo.com - "Samsara" - Official Trailer Prepare yourself for an unparalleled sensory experience. SAMSARA reunites filmmakers Ron Fricke and Mark ...
more...
No comment yet.