JR PLOY
4.4K views | +0 today
Follow
 
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
onto JR PLOY
Scoop.it!

เคล็ดลับอาหาร ไข่ต้มยางมะตูม

เคล็ดลับอาหาร ไข่ต้มยางมะตูม | JR PLOY | Scoop.it

เคล็ดลับ ไข่ต้มยางมะตูม

ไข่ต้มยางมะตูม

เคยเห็นกันไหมครับไข่ต้มที่มีไข่แดงครึ่งสุกครึ่งดิบ หรือที่เรียกกันว่าไข่ต้มยางมะตูม หลาย ๆ คนชอบแต่ไม่รู้วิธีต้ม ซึ่งบางคนก็บอกว่าจะต้องนำ ไข่เป็ดมาต้มเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่นะครับ จริง ๆ ไม่ว่าจะ ไข่ไก่ หรือ ไข่เป็ด ก็สามารถนำมาต้มให้เป็นไข่ต้มยางมะตูม ได้เหมือนกันเพียงแต่ว่าจะต้องทำตามเคล็ดลับดังนี้

สิ่งที่ต้องใช้

ไข่ไก่สด หรือ ไข่เป็ดสด KCF
น้ำเย็น
วิธีต้มไข่ยางมะตูม

นำไข่ลงแช่ในน้ำอุ่น 1 นาที (ไข่ไก่ ,ไข่เป็ด ตามแต่ชอบ)
นำไข่ลงต้มในน้ำเดือด (จับเวลา 6 นาที)
นำไข่ต้ม ลงแช่ในน้ำเย็นทันที
แกะเปลือกออก พร้อมเสิร์ฟ
เพียงเท่านี้ก็ได้ทาน “ไข่ต้มยางมะตูม” แสนอร่อยกันแล้ว

more...
No comment yet.
Your new post is loading...
Your new post is loading...
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

Sexy Times with Gurl - Parents & Make Up Tips

http://www.gurl.com/sexy-times-with-gurl "Parents & Make Up Tips" Sara's been giving tons of advice on how to convince parents to let you do something and th...
more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

Beau Nelson's Essential Make-Up Tips: Easy Smokey Eyes

Beau Nelson, Creative Director of Beauté Cosmetics, takes on Smokey Eyes and shows how easy it can be to achieve that smouldering look. Don't be afraid to ta...
more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

การฟื้นฟูสมอง เพิ่มความฉลาดทางปัญญ

การฟื้นฟูสมอง เพิ่มความฉลาดทางปัญญา | JR PLOY | Scoop.it

แม้ว่าเมื่ออายุเพิ่มขึ้นในแต่ละปี พลังสมองก็จะค่อยๆเสื่อมลงเป็นธรรมดา

แต่จริงๆ แล้วถ้าเราบริหารสมอง มันก็เป็นการฟื้นฟูประสิทธิภาพของสมองให้คงฟิตเปรี๊ยะอยู่เสมอ

ถ้ามีการกระตุ้นสมองเป็นประจำ ในสมองของเรานั้นก็จะเพิ่มการเชื่อมต่อขึ้นอีกนับล้านๆ จุด ซึ่งนั่นย่อมหมายความว่าสมองจะมีศักยภาพเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว

ในส่วนของสติปัญญาของคนเรานั้น สามารถจะพัฒนาให้เปลี่ยนแปลงได้ด้วย เพราะความสามารถของสมองก็คือตัวบ่งชี้สติปัญญาของแต่ละบุคคลนั่นเอง

ทักษะหลักๆ 3 ประการของสมองก็คือความสามารถในการจำ การเรียนรู้ และการใช้ความคิดสร้างสรรค์

more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

ผลจากการถูกแสงแดดเป็นอย่างไ

ผลจากการถูกแสงแดดเป็นอย่างไ | JR PLOY | Scoop.it


มาดูผลเสียหากได้ถูกแดดนานๆ ว่าจะเป็นยังไงบ้าง การถูกแสงแดดโดยตรงนั้นมีผลทำให้เกิดอาการทั้งแบบเฉียบพลันเป็นลักษณะที่ไหมเกรียมปวดแสบปวดร้อน อาจจะมีตุ่มขึ้น ตามบริเวณผิวหนังที่โดยแสงมาก บางรายอาจจะผิวลอกออกก็มี เนื่องจากแสงอัลตร้าไวโอเลตมีความร้อนสูงมาก

สำหรับคนที่มีอาการเป็นตุ่มขึ้นนั้นจะหายไปเองเมื่อไม่สัมผัสกับแสงแดด อาจจะมีผิวลอกออกมาในเมื่อผ่านไป 2 – 3 วัน ในผู้ป่วยที่มีอาการแพ้ อาจจะเป็นลมแดด มีอาการภายในเป็นไข้ อาเจียน หมดสติไป

เพราะฉะนั้นแล้วพยายามป้องกันจากแสงแดดหากต้องสัมผัสต้องป้องกันไม่ว่าจะใส่เสื้อผ้าหนาๆ ใส่หมวก ครีมกันแดดเป็นต้น

more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

ตรวจสอบอบู่เสมอว่าเป็นอัลไซเมอร์หรือแค่ขี้ลืม

ตรวจสอบอบู่เสมอว่าเป็นอัลไซเมอร์หรือแค่ขี้ลืม | JR PLOY | Scoop.it

ไม่ควรคิดอีกแล้วว่าเรื่องการขี้หลงขี้ลืมเป็นเรื่องธรรมดา เพราะถ้าเรากำลังเป็นโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ล่ะ ลองคิดดูว่ามันจะน่ากลัวเพียงใด ที่ต้องเสียความจำแล้วการดำรงชีวิตนั้นก็เปลี่ยนไปจากเดิม หรือว่าจะไม่สามารถทำอะไรได้เหมือนเดิม ถ้าเป็นมากอาจจะต้องมีการกังบริเวรเลยก็มี

ปกติแล้วอาการของโรคนั้นก็เริ่มมาจากการหลงๆ ลืมๆ เป็นอันดับแรกก่อน ดังนั้นแล้วเราควรที่จะตรวจสอบอยู่เสมอว่ามีอาการแบบใดกำลังจะเป็นอัลไซเมอร์หรือว่าขี้ลืมเฉยๆ ในลองทดสอบและเปรียบเทียบพฤติกรรมของท่านดูๆ กันว่าเข้าขั้นหรือไม่ หรือว่าสังเกตุคนรอบข้าง เมื่อกำลังจะเกิดจะได้รักษาให้ถูกต้องและช่วยชะลอไม่ให้เป็นมากได้

 

more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

10 อันดับ สุนัขสุดฮิตล่าสุด ติดอันดับยอดนิยมของโลก

10 อันดับ สุนัขสุดฮิตล่าสุด ติดอันดับยอดนิยมของโลก | JR PLOY | Scoop.it

10 ชิ วา วา (พันธุ์ขนเรียบ),(Chihuahua smooth coat)

สุนัขในกลุ่ม Toy Group ยัง คงครองอันดับ 10 อย่างอยู่ตัว ตั้งแต่ ปี 2545 เป็นสุนัขพันธุ์เล็ก ขนาดพกพา ตาโต ถิ่นกำเนิดมาจากประเทศเม็กซิโก อดีตเป็นสัตว์ที่เป็นอาหารและถูกบูชายัญ มีสองสายพันธุ์คือ พันธุ์ขนเรียบและพันธุ์ขนยาว ชิ วา วา มีความสูงไม่เกิน 5 นิ้ว มีน้ำหนักเฉลี่ย 0.9 - 2.7 กิโลกรัม จัดว่าเป็นสุนัขพันธุ์ที่เล็กที่สุดในโลก มีทั้งสีขาว สีน้ำตาลอ่อน สีทราย สีดำ อาจมีสีเดียวอย่างแดงน้ำตาล ทอง หรือสลับขาวน้ำตาล หัว หน้าผากต้องกลมโค้งเป็นรูปแอปเปิ้ล หูตั้ง ปากสั้นแหลม ขนสั้น ถ้าเป็นพันธุ์ขนยาวจะไม่หยิกม้วน สุนัขพันธุ์นี้หลายคนต่างหลงใหล เพราะเป็นสุนัขที่ซื่อสัตย์ มีเสน่ห์ ขี้ประจบ เป็นสุนัขเฝ้าระวัง เตือนภัยได้ดี เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่ไม่มาก แต่ไม่ชอบอากาศเย็น ราคาจำหน่าย ทั่วไปเริ่มต้นที่ 4,000-10,000 บาท ระดับประกวด ราคา 10,000 บาท ขึ้นไป

9 บีเกิ้ล (Beagle)

สุนัขในกลุ่ม Hound Group สุนัข ล่ากระต่ายในอดีต มีหูที่ยาวปรกลง มีทั้งพันธุ์ธรรมดา มีความสูงประมาณ 13-15 นิ้ว หนัก 18-20 ปอนด์ และพันธุ์อลิซาเบธ บีเกิ้ล (Elisabeth beagle) มีความสูงไม่เกิน 12 นิ้ว มีน้ำหนักไม่เกิน 20 ปอนด์ บี เกิ้ล มีถิ่นกำเนิดที่ประเทศอังกฤษ เป็นสุนัขรักสันติ รักเด็ก ไม่เพียงเป็นสุนัขล่าสัตว์อย่างกระต่ายในอดีต ในหลายร้อยปีก่อนบีเกิ้ลยังถูกนายพรานควบคุมเป็นฝูง เพื่อนำไปล่าหมาป่า กวาง แต่ในระยะหลังใช้บีเกิ้ลเป็นสุนัขคาบนกที่เจ้าของล่าได้ เนื่องจากบีเกิ้ลสืบสายพันธุ์มาจากสุนัขดมกลิ่น ประสาทในการรับกลิ่นดีเยี่ยม แต่สำหรับผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ คงไม่ดีแน่หากหวังจะใช้เป็นสุนัขเฝ้าบ้าน เพราะความเป็นสุนัขสังคม ไม่ชอบยึดอยู่กับสิ่งใดเพียงสิ่งเดียว อาจทำให้บีเกิ้ลหงุดหงิดได้ง่าย บีเกิ้ลจึงเหมาะที่จะเลี้ยงไว้เพื่อสร้างมิตรภาพกับบุลคลในครอบครัวมากกว่า ลักษณะ ทั่วไปของบีเกิ้ล มักมีขนสามสีบนตัว คือ สีขาว สีดำ และน้ำตาล สีที่อกโดยมากเป็นสีขาว ส่วนสีดำกับสีน้ำตาลนั้นจะอยู่บนลำตัว และแผ่นหลังด้านใต้ท้องก็จะเป็นสีขาวเช่นกัน หน้าผากจะตั้งชัดเจน ใบหูยาวปรกลง ขนสั้นตรง หางยาวปานกลาง ค่อนข้างตรงชี้ขึ้น ขนาดกะทัดรัด รูปร่างแข็งแรง ราคาจำหน่าย ระดับประกวด 15,000 บาท ขึ้นไป ระดับเลี้ยงเล่น ประมาณ 10,000-15,000 บาท

8 ยอร์กไชร์เทอร์เรีย(Yorkshire Terrier)

สุนัขในกลุ่ม Toy Group สุนัข ตัวน้อย ขนยาว เส้นบาง มันวาวสลวย มีถิ่นกำเนิดในประเทศอังกฤษ ถือว่าเป็นสุนัขสวยงามมาก เป็นสัตว์เลี้ยงที่มีชีวิตชีวา รักเจ้าของ ขี้ประจบ สามารถปรับตัวให้เข้ากับชีวิตสังคมเล็กๆ เช่นในอพาร์ตเม้นต์ได้ดี ลักษณะ ทั่วไป สี มี 2 สีบนตัว สีน้ำตาลทองจะมีอยู่บนใบหน้า อก ท้อง และบริเวณปลายเท้า เส้นขนจะมีสีดำน้ำเงินที่โคนไล่ลงมาถึงตอนกลาง และจะมีสีน้ำตาลทองที่ส่วนปลายหัว ขนข้างจะมีขนาดเล็ก และเรียบไม่นูนกลม ปากแหลมยาวสมส่วน จมูกจะมีสีดำสนิท หูตั้งเป็นรูปตัววี มีขนสั้นๆ สีทองปกคลุม ขนยาวตรงปกคลุมทั้งตัว เท้าค่อนข้างกลมมีเล็บเท้าสีดำ ขาหน้าจะเหยียดตรง ขาหลังมองจากด้านข้างจะโค้งลงที่เข่าเล็กน้อย หางตัดสั้น สุนัขพันธุ์นี้ไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลา เพราะต้องดูแลเรื่องขนเป็นพิเศษ เป็นสุนัขที่ให้ลูกยาก ราคาจำหน่าย ระดับเลี้ยงเล่นทั่วไป ประมาณ 8,000 - 20,000 บาท มากกว่านั้นเป็นสุนัขในระดับประกวด

7 บูลล์ด็อก (Bulldog)

สุนัขในกลุ่ม Non - Sporting Group เห็น รูปร่างตันๆ กำยำ ดูแข็งแรงอย่างนี้ แต่เป็นที่โปรดปรานของผู้เลี้ยงสุนัขพอสมควร มีถิ่นกำเนิดจากประเทศกรีก ในอดีตเป็นสุนัขที่ใช้ต่อสู้กับวัวซึ่งถือเป็นกีฬาชนิดหนึ่งในสมัยนั้น แต่ต่อมากีฬาสู้วัวถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย จึงเกิดการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีเลือดนักสู้ลดลง จนกลายเป็นสุนัขที่กล้าหาญแต่วางใจได้ ไม่ดุร้ายเหมือนรูปร่าง บูลล์ด็ อก มีน้ำหนัก 25 กิโลกรัม สูงเต็มที่เพียงฟุตเศษ ลักษณะเด่นคือหัวกลม มีปากและบริเวณใบหน้าย่น ห้อย ขนเกรียนสั้นตรงและเรียบ นิ้วเท้าเวลายืนเหมือนยกขึ้น ขาหน้าตรง เวลายืนแล้วจะกางออกเล็กน้อย หางสั้น โดยมากจะเป็นสีเดียวทั้งตัว แต่มีสีดำที่ใบหน้า ปาก หน้าอก แต่ตอนนี้นิยมสีน้ำตาลลูกวัว ผู้เลี้ยงอาจต้องทำใจไว้ด้วยว่า ตัดสินใจเลี้ยงสุนัขที่นอนกรน และต้องระวังเรื่องอากาศร้อนเป็นพิเศษ ราคาจำหน่ายระดับสุนัขเลี้ยงทั่วไป เริ่มต้นที่ 10,000 บาท หากเป็นบูลล์ด็อกระดับประกวด 15,000 บาท ขึ้นไป

6 ร็อตต์ไวเลอร์ (Rottweller)

สุนัขในกลุ่ม Working Group สุนัข พันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดจากประเทศเยอรมนี มีสีดำ มีแต้มด่างสีน้ำตาลเด่นชัด บริเวณขอบตา ปาก หน้าอก ขาท่อนล่าง และใต้ฐานของหาง ขนสั้น เป็นสุนัขที่มีกล้ามเนื้อชัดเจน ดูสมส่วน ใบหูปรก นิยมตัดหางให้สั้น สุ นัขพันธุ์ร็อตต์ไวเลอร์ ที่ตกเป็นข่าวบ่อยครั้งด้วยความดุร้าย ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่มาจากสัญชาตญาณสัตว์ที่ต้องเอาตัวรอดตั้งแต่อดีต มีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ในฐานะสุนัขนักล่าและสุนัขเฝ้ายาม แต่ร็อตต์ไวเลอร์ในปัจจุบันได้รับการปรับปรุงสายพันธุ์จนได้ชื่อว่าเป็น สุนัขที่มีความฉลาด ชอบการสัมผัสอย่างทะนุถนอม และสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว หากได้รับการฝึกฝนที่ดี จะเป็นสุนัขที่เชื่อฟังคำสั่ง ใจเย็น เป็นทั้งเพื่อนและยามที่ดีของครอบครัว ด้วย ลักษณะภายนอก ความแข็งแรง ความฉลาดของสุนัขพันธุ์นี้ เหมาะสำหรับผู้เลี้ยงปศุสัตว์ เพราะมีพื้นที่ให้สุนัขออกกำลังกายได้มากกว่า แต่ก่อนเลือกซื้อ ผู้เลี้ยงควรตัดสินใจให้รอบคอบก่อนว่าเหมาะกับตนหรือไม่ ศึกษาสายพันธุ์ที่ดีเพราะอาจกลายเป็นสุนัขที่ก้าวร้าวเกินควบคุม ราคาจำหน่ายลูกสุนัข ระดับประกวด 10,000 บาท ขึ้นไป ระดับเลี้ยงเล่น 4,000-10,000 บาท

5 ไซบีเรียน ฮัสกี้ (Siberian Husky)

จัดอยู่ในกลุ่ม Working Group สุนัข ลากเลื่อนที่มีท่วงท่าสง่างาม มีถิ่นกำเนิดจากเอเชียตอนเหนือ มีความอดทนแข็งแรงดีเลิศ อดีตเป็นสุนัขใช้งานลากเลื่อนในเมืองหนาว นับเป็นสัตว์ที่ปรับตัวเก่ง ใจดี ไม่ก้าวร้าว ไซบีเรียน ฮัสกี้ เป็นสุนัขที่มีขนสองชั้น สีพื้นเป็นสีน้ำตาล ดำ เทา แต่ใบหน้าต้องมีสีขาวเท่านั้น ขอบตาเป็นสีดำ ขนสั้นตรงฟู แน่น หัวมีขนาดปานกลาง ดูสมส่วนกับขนาดลำตัว ใบหูตั้งตรง รูปตาเรียว หางฟูพอง มักจะโค้งเป็นพวงขึ้น บนหลังคล้ายกับสุนัขจิ้งจอก ต้องการออกกำลังกายเป็นหลัก จุดเด่นของสุนัขพันธุ์นี้คือ มีความอดทนสูงมาก ทำงานได้ดังหุ่นยนต์ รักเจ้านาย ครอบครัว หรือแม้แต่สุนัขด้วยกันเอง สามารถปรับตัวให้เข้าได้กับสภาพอากาศ วิ่งเร็วมาก สามารถเป็นสุนัขเฝ้ายามที่ดี แต่มักทำตัวเป็นจ่าฝูง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เลี้ยงที่มีความกระฉับกระเฉง ราคาจำหน่าย ระดับเลี้ยงเล่นทั่วไป ประมาณ 8,000-15,000 บาท ระดับประกวด 15,000 บาท ขึ้นไป

4 ปั๊ก (Pug)

จัดอยู่ในกลุ่ม Toy Group สุนัข พันธุ์ตัวเล็กหน้าย่น มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน มีประวัติยาวนานกว่า 2,500 ปี เป็นสุนัขที่นิยมมากของชาวพุทธในสมัยโบราณ ด้วยมีความเชื่อที่ว่า ปั๊ก เป็นสัตว์เลี้ยงมงคล เพราะลักษณะรอยย่นของใบหน้ามีความหมายตามความเชื่อที่ดี เป็นสิริมงคลต่อผู้เลี้ยง ปัจจุบันเป็นที่แพร่หลายทั่วโลก ปั๊ก เป็นสุนัขรักเด็ก ร่าเริง กระตือรือร้น มีน้ำหนักไม่เกิน 9 กิโลกรัม สูงไม่เกินฟุต มีลักษณะใบหน้าสีดำเหมือนใส่หน้ากาก ขนสั้นละเอียดนุ่ม ลำตัวมีกล้ามเนื้อ ลักษณะทั่วไป กลม ใหญ่ จมูกสั้น ปากสั้น กระหม่อมไม่โค้ง มีรอยย่นที่หัว ปาก แก้มนิ่ม เท้ากลม ฝ่าเท้าแผ่ มีกล้ามเนื้อที่ขาทั้ง 4 ชัดเจน หางม้วนเป็นเกลียวอยู่บนแผ่นหลังตรงสะโพก แต่ สิ่งที่ผู้เลี้ยงต้องระวังไม่ให้อ้วนจนเกินไป อีกทั้งต้องดูแลเรื่องอากาศเนื่องจากเป็นสุนัขที่มีโพรงจมูกสั้น อาจมีปัญหาเรื่องการหายใจ ราคาจำหน่ายทั่วไปเริ่มต้นที่ 4,500 บาท ระดับประกวด 12,000 บาท ขึ้นไป

3 ชิสุ (Shih Tsu)

สุนัขในกลุ่ม Toy Group ชิ สุ มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน ได้ชื่อว่า "สุนัขพันธุ์ราชสีห์" เพราะมีขนแผงคอเหมือนสิงโต อีกทั้งท่าทางการเดินหรือเคลื่อนไหวที่สง่างาม เดินตรงเชิดหน้าคอเหยียดและมีพวงหางขนยาวจะปกคลุมลงบนหลังชัดเจน ในอดีตจึงเป็นสุนัขที่เลี้ยงกันในราชสำนักของจักรพรรดิ นับเป็นสิ่งสูงค่าสำหรับสามัญชน เป็นสุนัขที่มีชนชั้น ชิสุ เมื่อโตเต็มที่น้ำหนักไม่เกิน 18 ปอนด์ สูงประมาณ 9 -10.5 นิ้ว รูปร่างเล็กแต่มีขนยาว เป็นขนสองชั้น หนา ยาวตรงหรือเป็นคลื่นเล็กน้อยปกคลุมลำตัว ขนบนหัวควรผูกรวบให้เรียบร้อย ป้องกันดวงตา ขนที่ก้นและเท้าต้องตัดให้เรียบร้อยเช่นกันเพื่อความสะอาด สุนัขพันธุ์นี้ต้องการการแปรงขนทุกวัน ผู้เลี้ยงต้องมีเวลาในการแปรงขนอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ลักษณะของชิสุ ที่ดี ควรมีลักษณะขนยาว ไม่ม้วนหยิก สีของขนเป็นสีผสมกันของสีดำ น้ำตาล ขาว มีสีขาวเป็นสีพื้น ส่วนกะโหลกกว้างอย่างสมดุล ตากลมโต นัยน์ตาสีดำ หรือจะเป็นสีน้ำตาลสีตับ แววตาร่าเริงแจ่มใสและเป็นมิตรต่อทุกสิ่ง ส่วนปากสั้นยาวไม่เกิน 1 นิ้ว และไม่มีรอยย่นของผิวหนังรอบปาก ปากไม่แหลม คางไม่ยื่น คอควรตั้งตรงยาวได้เซ็นเซอร์-->--> ส่วนกับลำตัว ลักษณะลำตัวของชิสุต้องมีความยาวของลำตัวมากกว่าความสูงเล็กน้อย อกใหญ่ ลึก หางจะต้องโค้งตั้งขึ้นมาบนหลัง ไม่ห้อยลง มีขนขึ้นเป็นพวงสวยงาม แม้ ชิสุ จะเป็นสุนัขขนาดเล็ก แต่ก็ได้ชื่อว่า "เล็กแต่อึด" หากมีสุขภาพดีจะเป็นสัตว์ที่มีความทรหดอดทนสูง มีความแข็งแรงดุจสุนัขใช้งาน แต่ข้อดีของสุนัขพันธุ์ชิสุที่สร้างเสน่ห์อย่างดีก็คือ ฉลาด เป็นมิตร มีเสน่ห์ ไม่ดุร้าย ไม่เจ้าอารมณ์ เหมาะสมกับบ้านทุกชนิด จากสิถิ ติที่ผ่านมา ชิสุ เป็นสุนัขพันธุ์เล็กที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหตุอาจเพราะปัจจุบันผู้นิยมเลี้ยงสุนัขมีที่อยู่อาศัยที่เล็กลง ส่งผลให้สุนัขพันธุ์เล็กเพิ่มจำนวนมากขึ้นไปด้วย และด้วยการขยายพันธุ์ที่ง่ายกว่า ชิสุจึงมาแรงแซงสุนัขพันธุ์เล็กพันธุ์อื่น รวมถึงลักษณะขนและหน้าตาสร้างความเพลิดเพลินในการเลี้ยงดูของเจ้าของที่ชอบ แต่งตัวให้สุนัข แต่คงไม่เหมาะนักสำหรับเจ้าของที่ไม่มีเวลา ราคาจำหน่าย ระดับประกวด 15,000 บาท ขึ้นไป ระดับเลี้ยงเล่น 3,500-15,000 บาท ทั่วไป เริ่มต้นที่ 2,500 บาท

2 โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ (Golden Retriever)

สุนัขในกลุ่ม Sporting Group โกลเด้นรี ทรีฟเวอร์ มีถิ่นกำเนิดจากประเทศอังกฤษ ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์มามากกว่า 200 ปี ในอเมริกา เป็นสุนัขขนาดกลาง ตัวผู้สูงราว 23-24 นิ้ว หนักประมาณ 64-70 ปอนด์ ตัวเมีย สูง 21-23 นิ้ว น้ำหนัก 60-70 ปอนด์ มีสีหลายระดับสี มักจะเป็นสีออกครีมถึงสีเหลืองทอง จนถึงกึ่งเข้มแดงมะฮอกกานี เป็นสุนัขที่มีลักษณะหัวกว้าง และมีช่วงปากที่แข็งแรง ตาสีน้ำตาล หูค่อนข้างใหญ่เป็นรูปสามเหลี่ยม ปรกลงมาด้านข้าง มีขน 2 แบบ คือเรียบกับเป็นลอน ขาหน้าตรงแข็งแรง เท้ากลมคล้ายเท้าแมว ลักษณะหางชี้ตรงระดับเดียวกับหลัง ขนบริเวณหางจะยาวและหนา นอกจาก ความสวยของขนที่มันวาว สวยงาม ทำให้สุนัขพันธุ์นี้ได้รับความนิยมมาก โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ยังได้รับสมญานามว่า "หมาใจดี" บ่อยครั้งที่ภาพความผูกพันระหว่างเจ้าตูบโกลเด้น กับเด็กๆ มักมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง นั่นเพราะมีลักษณะนิสัยเป็นมิตร และสุภาพเป็นเลิศ ใจดี ซื่อสัตย์ มีความสามารถพิเศษในการจดจำ ง่ายต่อการฝึกฝน กระฉับกระเฉง และคาบสิ่งของได้ดี ในอดีตจึงมักใช้งานเพื่อหานกที่ถูกยิงตกนำมาให้เจ้าของ โกลเด้นรีทรี ฟเวอร์ เคยเป็นสุนัขยอดนิยม มีผู้เข้าขอจดทะเบียนมากเป็นอันดับ 1 ในปีก่อน แต่ปีล่าสุดนี้กลับถูกสุนัขพันธุ์เล็กแซงหน้าไปเสียแล้ว ราคาจำหน่าย ปัจจุบัน สุนัขระดับประกวด ประมาณ 15,000 บาท ขึ้นไป สุนัขเลี้ยงเล่น 6,000 - 15,000 บาท ระดับทั่วไป หรือสุนัขบ้าน เริ่มต้นที่ 3,000 บาท

1 ปอมเมอเรเนี่ยน (Pomeranian)

สุนัขในกลุ่ม Toy Group ปอม เมอเรเนี่ยน มีถิ่นกำเนิดจากประเทศเยอรมนี เป็นสุนัขพันธุ์เล็กที่กำลังมาแรงอย่างต่อเนื่อง ขึ้นจากอันดับ 3 ในปีก่อน ด้วยความเล็กกะทัดรัด ขนฟูดูสวยงาม ใบหน้าแหลมเล็ก หลายคนหลงใหลในความน่ารักของสุนัขพันธุ์นี้ ลักษณะโดยทั่วไป มีความสูงโดยเฉลี่ยไม่เกินฟุต หรือประมาณ 20 เซนติเมตร หัวกลม ใบหน้ามีส่วนคล้ายสุนัขจิ้งจอก ปากเรียวแหลม ส่วนหัวและใบหน้ามีขนสั้น ตากลมโตและโปนเล็กน้อย หูเล็กเป็นรูปสามเหลี่ยมตั้งตรงและชิดกัน จมูกดำกลม ขนยาวฟูฟ่องทั่วลำตัว ขนสีดำ โกโก้ แดง ส้ม ขาว เหลือง บางตัวมีหลายสีปนกัน ขนทั้งตัวจะปกคลุมด้วยขนยาว ดก ฝ่าเท้านิ่ม ขนหางเป็นพวงโค้งเป็นวงกลมออกด้านข้าง นอกจากความเล็กน่ารักแล้ว ความฉลาด ซื่อตรงและร่าเริง ปฏิภาณไหวพริบดี และขี้ประจบของปอมเมอเรเนี่ยน ยังเป็นจุดเด่นที่ทำให้เจ้าของต่างหลงใหล แต่ขณะเดียวกันความเล็กของสุนัขพันธุ์นี้จึงมักมีผลต่อการขยายพันธุ์ที่ค่อน ข้างลำบาก ให้ลูกน้อย ราคาจำหน่าย ระดับเลี้ยงเล่น 8,000-20,000 บาท ระดับประกวด 20,000 บาท ขึ้นไป

more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

9 สูตรลดน้ำหนัก วิธีลดความอ้วน สำหรับสาวอยากผอม

9 สูตรลดน้ำหนัก วิธีลดความอ้วน สำหรับสาวอยากผอม | JR PLOY | Scoop.it

ความอ้วนกับสาว ๆ ดูเหมือนจะเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันเลยใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งถ้าเกิดใครมาทักว่า "นี่เธอดูอ้วนขึ้นรึเปล่าเนี่ย" คงจะถึงขั้นตัดเพื่อนตัดพี่น้องกันเลยทีเดียว อิอิ แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอก เพราะวันนี้เรารวบรวม สูตรลดน้ำหนัก เคล็ดลับ วิธีลดความอ้วน ภายในช่วงเวลาที่เราต้องการ ตั้งแต่ 3 วัน ถึง 1 เดือน มาฝากสาว ๆ ด้วย เอ้า...ไหนมาดูซิ ว่ามี สูตรน้ำหนัก อะไรน่าสนใจบ้างเอ่ย

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 1: สูตรลดน้ำหนัก ของสมเด็จพระเทพฯ

เป็นสูตรลดน้ำหนัก 7 วัน ค่ะ โดยก่อนรับประทานอาหาร ให้ดื่มน้ำก่อน 2 แก้ว และจัดอาหารแต่ละมื้อ ดังนี้

วันที่ 1

มื้อเช้า : น้ำผลไม้ หรือโยเกริต์
มื้อกลางวัน : ไข่ต้มสองฟอง
มื้อเย็น : สลัดผัก

วันที่ 2

มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
มื้อกลางวัน : ไข่ต้มสองฟอง
มื้อเย็น : โยเกิรต์

วันที่ 3

มื้อเช้า : โยเกิรต์หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
มื้อกลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้นหมู
มื้อเย็น : สับปะรด 1 ชิ้น

วันที่ 4

มื้อเช้า : ขนมปัง 1 แผ่น น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
มื้อกลางวัน : สลัดผักและไก่ย่าง 1 ชิ้น
มื้อเย็น : โยเกิรต์

วันที่ 5

มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
มื้อกลางวัน : ส้มตำและไก่ย่าง 1 ชิ้น
มื้อเย็น : สลัดผัก

วันที่ 6

มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
มื้อกลางวัน : ปลานึ่งหรือปลาเผา
มื้อเย็น : นมสด

วันที่ 7

มื้อเช้า : ข้าวสวย 1 ทัพพี และหมูย่าง 1 ชิ้น หรือ ข้าวสวย 1 ทัพพี และไข่ต้ม 1 ลูก
มื้อกลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้นหมู
มื้อเย็น : สับปะรด 1 ชิ้น

ส่วนวันที่แปด มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น สามารถรับประทานอาหารอะไรก็ได้ตามใจชอบ แต่ถ้าอยากลดน้ำหนักต่อให้เริ่มรับประทานเหมือนที่ทำตั้งแต่วันแรกค่ะ

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 2 : สูตรลดน้ำหนัก 3 วัน

โดยทั้งสามวัน คุณสาว ๆ ต้องดื่มน้ำ 2 แก้ว ก่อนรับประทานอาหารทุกมื้อค่ะ และต้องรับประทานอาหารดังนี้

วันที่ 1

ตื่นมา ถ่ายให้หมด และ ดื่มน้ำสะอาด 1 ลิตร

มื้อเช้า : ขนมปังปิ้งจนแห้ง + ส้มขนาดกลางหวานไม่มาก + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
มื้อกลางวัน : ไอศกรีม รสวนิลา 1 ลูก +แครอท น้ำบุรูท ประมาณ 50 กรัม + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
มื้อเย็น : ปลาทูน่า + มะเขือเทศ สีดา 1 ผล + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล

วันที่ 2

มื้อเช้า :แก้วมังกร + แฮม 2 แผ่น + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
มื้อกลางวัน :ไข่ต้มกินไข่ขาว + ถั่วฝักยาว ต้ม + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
มื้อเย็น : ผักกาดต้ม + แคนตาลูบ ต้ม + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล

วันที่ 3

มื้อเช้า : ปลาทูน่า + ส้มเขียวหวาน ขนาดเล็ก 1 ผล + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
มื้อกลางวัน :แกงส้ม กินแต่ผัก + กินเปลือกกุ้ง + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
มื้อเย็น : ขนมปังปิ้งจนแห้ง + ลูกพรุนแห้ง 2 ผล + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล

ระหว่างนี้ห้ามทานของมัน หรือของทอดเด็ดขาด หลังจากรับประทานครบ 3 วันแล้ว สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 3: สูตรลดน้ำหนัก 3 วัน

นี่ก็เป็นสูตรลดน้ำหนัก 3 วัน อีกเช่นกัน สำหรับสาวใจร้อน อยากลดน้ำหนักเร็ว ๆ โดยทั้งสามวัน คุณสาว ๆ ต้องรับประทานอาหารดังนี้

วันที่ 1

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ส้มโอ 1/2 ผล ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น ถั่วเหลืองในซอสมะเขือเทศ
มื้อกลางวัน : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ปลาทูน่า 4 ออนซ์ (ประมาณ 115 กรัม) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
มื้อเย็น : แฮม 2 แผ่น ถั่วฝักยาวต้ม 4 ออนซ์ ไอศกรีมวนิลา 4 ออนซ์ บีทรูทต้ม 4 ออนซ์

วันที่ 2

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟอง กล้วยหอม 1/2 ผล
มื้อกลางวัน : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล แคร๊กเกอร์ (แบบเค็ม) 5 แผ่น Coltage Cheese (คล้ายโยเกิร์ต) 120 กรัม
มื้อเย็น : แฮม 2 แผ่น บร็อคคอลรี่ต้ม 4 ออนซ์ แครอทต้ม 4 ออนซ์ ไอศกรีมวนิลา 4 ออนซ์ กล้วยหอม 1/2 ผล

วันที่ 3

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล แคร๊กเกอร์ (แบบเค็ม) 5 แผ่น Cheddar Cheese 1 แผ่น แอ๊ปเปิ้ล 1 ผล
มื้อกลางวัน : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟอง
มื้อเย็น : ปลาทูน่า 4 ออนซ์ บีทรูทต้ม 4 ออนซ์ ไอศกรีมวนิลา 4 ออนซ์ ดอกกระหล่ำต้ม 4 ออนซ์ แคนตาลูป 1/2 ผล

หมายเหตุ

1. ขนมปังปิ้งต้องปิ้งจนแห้ง ห้ามทาเนยหรือมาการีน
2. แคร๊กเกอร์ต้องเป็นรสเค็ม
3. ปลาทูน่าและถั่วฝักยาวสามารถแช่แข็งได้
4. อาหารชุดนี้จะทำปฏิกิริยาทางเคมีซึ่งกันและกัน และพิสูจน์ได้

ข้อห้าม

1. ห้ามเปลี่ยนแปลงหรือทดแทนอาหารอื่น ห้ามใช้เครื่องปรุงอื่น นอกจากเกลือและพริกไทย
2. รายการใดที่ไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน ให้ใช้วิจารณญาณตามความเหมาะสม

สูตรอาหารนี้ให้ใช้ติดต่อกัน 3 วัน ภายใน 3 วัน ควรลดน้ำหนักได้ 10 ปอนด์ หรือประมาณ 4.5 กิโลกรัม หลังจาก 3 วัน สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติค่ะ

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 4 : สูตรลดน้ำหนัก 7 วัน

สาว ๆ ที่สนใจ สูตรลดน้ำหนัก 7 วัน ควรจัดอาหารรับประทานดังนี้

วันที่ 1

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล
มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง กับผักต้ม
มื้อเย็น : สเต็กกับสลัดผักน้ำใส และผลไม้

วันที่ 2

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น
มื้อกลางวัน : สเต็กหรือเนื้อหมู เนื้อวัวย่างก็ได้ กับสลัดผักเขียวและผลไม้
มื้อเย็น : แฮมแผ่นต้มปริมาณเท่าใดก็ได้

วันที่ 3

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 2 แผ่น
มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง และสลัดกับแครอท
มื้อเย็น : แฮมแผ่นต้มปริมาณเท่าใดก็ได้

วันที่ 4

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น
มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 1 ฟองกับแครอทต้ม
มื้อเย็น : ผลไม้และโยเกิร์ตรสธรรมชาติ

วันที่ 5

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล
มื้อกลางวัน : ปลาเผาหรือปลาย่างกับผักต้ม
มื้อเย็น : สเต็ก หรือเนื้อย่างไม่ติดมัน กับสลัดผักสดน้ำใส

วันที่ 6

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล
มื้อกลางวัน : ไก่ย่างไม่ติดหนัง
มื้อเย็น : ไข่ต้ม 2 ฟอง กับแครอทต้ม

วันที่ 7

มื้อเช้า : กาแฟหรือชาบีบมะนาว แต่ไม่ใส่น้ำตาล
มื้อกลางวัน : ผลไม้อะไรก็ได้ในปริมาณต้องการ
มื้อเย็น : อะไรก็ได้ทุกอย่างที่อยากทาน ไม่จำกัดปริมาณ

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 5 : สูตรลดน้ำหนัก ใน 13 วัน

มาลองดูกันหน่อย สูตรลดน้ำหนัก ใน 13 วันมีอะไรบ้างเอ่ย

วันที่ 1

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย
มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง /ผักกาดต้ม 3 ขีด /มะเขือเทศสด 1 ผล
มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด /น้ำมะนาว

วันที่ 2

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย
มื้อกลางวัน : เนื้อหมูอบ 2.5 ขีด /โยเกริ์ต 1 ถ้วย
มื้อเย็น: เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด /น้ำมะนาว /ผลไม้ 1 ผล

วันที่ 3

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย/ ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง /เนื้อหมูอบ 1 ขีด / สลัด /น้ำมะนาว
มื้อเย็น : คื่นช่ายต้มสุก 3 ขีด/ มะเขือเทศ 1 ผล /ผลไม้ 1 ผล

วันที่ 4

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย /ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
มื้อกลางวัน : น้ำส้มคั้น 1 แก้ว/ โยเกริ์ต 1 ถ้วย
มื้อเย็น : ไข่ต้มแข็ง 1 ฟอง / แครอทสด 1 หัว/นมจืด 1 กล่อง

วันที่ 5

มื้อเช้า : แครอทสด 1 หัว(ราดด้วยน้ำมะนาว)
มื้อกลางวัน : เนื้อปลากะพงนึ่ง 2 ขีด
มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด

วันที่ 6

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย/ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง/ แครอทสด 1 หัว
มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด/ สลัด /น้ำมะนาว

วันที่ 7

มื้อเช้า : ชา 1 ถ้วยไม่ใส่น้ำตาล/ ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
มื้อกลางวัน : น้ำเปล่าอย่างเดียว
มื้อเย็น : หมูอบ 2 ขีด / ผลไม้ 1 ผล

วันที่ 8

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย
มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง /ผักกาดต้ม 3 ขีด /มะเขือเทศสด 1 ผล
มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด /น้ำมะนาว

วันที่ 9

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย
มื้อกลางวัน : เนื้อหมูอบ 2.5 ขีด /โยเกริ์ต 1 ถ้วย
มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด /น้ำมะนาว /ผลไม้ 1 ผล

วันที่ 10

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย/ ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง /เนื้อหมูอบ 1 ขีด / สลัด /น้ำมะนาว
มื้อเย็น : คื่นช่ายต้มสุก 3 ขีด/ มะเขือเทศ 1 ผล /ผลไม้ 1 ผล

วันที่ 11

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย /ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
มื้อกลางวัน : น้ำส้มคั้น 1 แก้ว/ โยเกริ์ต 1 ถ้วย
มื้อเย็น : ไข่ต้มแข็ง 1 ฟอง / แครอทสด 1 หัว/นมจืด 1 กล่อง

วันที่ 12

มื้อเช้า : แครอทสด 1 หัว(ราดด้วยน้ำมะนาว)
มื้อกลางวัน : เนื้อปลากะพงนึ่ง 2 ขีด
มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด

วันที่ 13

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย/ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง/ แครอทสด 1 หัว
มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด/ สลัด /น้ำมะนาว

สำหรับสูตรลดน้ำหนัก 13 วันนี้ มีข้อห้ามด้วยนะคะ สำคัญมาก ๆ คือ

ใน 13 วันนี้ ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เบียร์ เหล้า ไวน์ หมากฝรั่ง หรือขนมที่มีรสหวานเด็ดขาด

หากเผลอทานนอกเหนือจากสูตร และต้องการจะเริ่มควบคุมอาหารใหม่อกครั้ง ต้องเริ่มทานสูตรนี้ใหม่ หลังจาก 6 เดือนไปแล้ว

หากควบคุมอาหารตามสูตรได้แล้วถึงวันที่ 6 แต่ล้มเหลว จะสามารถเริ่มทานอาหารสูตรนี้ใหม่ได้ เมื่อผ่าน 3 เดือนไปแล้ว

หากทานอาหารตามสูตรนี้ได้ครบ 13 วันแล้ว ยังต้องการจะควบคุมอาหารอีก ควรทำหลังจาก 1 ปีไปแล้ว หรือถ้าเลย 2 ปีไปได้ จะดีที่สุดค่ะ

นอกจากนี้ สูตรลดน้ำหนัก 13 วัน ยังมีรายละเอียดปริมาณอาหารที่กำหนดไว้คือ

1.กาแฟดำ.. ให้ใส่น้ำตาลได้ 1 ช้อน ถ้าไม่ใส่ได้ จะดีที่สุดค่ะ
2.ผักต้ม.. ถ้าใช้ผักขมไทยได้จะดีมาก หรือถ้าหาไม่ได้ก็ใช้ผักกาดขาว หรือผักกวางตุ้งแทนก็ได้
3.มะเขือเทศสด.. ถ้าผลใหญ่ให้ทาน 1 ผล ถ้าผลเล็กให้ทาน 2-3 ผล
4.เนื้อไก่อบ..ใช้เนื้อสัน หรือเนื้อหน้าอกที่ไม่ติดมันหรือหนังเลย 2 ขีด ส่วนเนื้อหมูก็ต้องไม่ติดมันเลยเหมือนกัน
5.สลัด..ใช้ผักกาดหอม 1 ต้นเล็ก หอมใหญ่ 1 หัว แตงกวา 2 ลูก นำมาหั่นรวมกันจะได้ประมาณ 1 จาน แล้วราดด้วยน้ำสลัดใสเท่านั้น 1 ถ้วย (ประมาณ 3-4 ช้อนโต๊ะ)
6.น้ำมะนาว..ใช้มะนาวสด 1-2 ลูก คั้นเอาน้ำ แล้วชงน้ำร้อนใส่เกลือ (ใส่น้ำแข็งก็ได้)
7.โยเกิร์ต..รสจืด (รสธรรมชาติ) จะดีที่สุด
8.ผลไม้สด 1 ผล..ให้เลือกทานคือ ส้ม ชมพู่ แอปเปิ้ล ฝรั่ง หรือผลไม่ที่ไม่เป็นแป้งและต้องไม่หวาน
9.ปลานึ่ง..ใช้ปลาช่อนแทนปลากระพงได้ แต่ไม่ว่าปลาอะไรก็จะต้องไม่ติดหนังเลย
10.ไข่ต้ม..ต้องต้มให้สุกๆ เลยค่ะ
11.น้ำเปล่าดื่มได้ทั้งวัน วันละ 1-2 ลิตร ถ้าหิว..ให้ดื่มน้ำเปล่าได้อย่างเดียว "เท่านั้น" เพราะน้ำเปล่าสามารถดื่มได้ทั้งวัน เท่าไหร่ก็ได้ค่ะ

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 6: สูตรลดน้ำหนัก ใน 2 สัปดาห์

หากสาวใดคิดว่า 3 วัน 7 วัน เร็วไป กลัวไม่ได้ผลล่ะก็ มาลอง สูตรลดน้ำหนัก 2 สัปดาห์กันดีกว่า โดยตลอด 2 สัปดาห์ ให้จัดมื้ออาหาร และปฏิบัติตัวดังนี้

1. มื้อเช้ากินไข่ต้ม 1 ฟองหรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
2. มื้อกลางวันกินสลัดผัก 1 จาน หรือส้มตำ 1 จาน (อย่าปรุงรสหวานนะคะ)
3. มื้อเย็นกินแอปเปิ้ล 1 ผล หรือแฮมนึ่ง 1 แผ่น
4. งดอาหารหลัง 6 โมงเย็น ถ้าหิวให้ดื่มน้ำมากๆ แทน
5. เต้นแอโรบิก 60 นาที 4 ครั้งต่อสัปดาห์

ทำตามนี้ทุกวัน เป็นเวลา 2 สัปดาห์ รับรองว่า น้ำหนักส่วนเกินของคุณสาวๆ หายไปในพริบตาแน่นอน

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 7 : สูตรลดน้ำหนัก ใน 2 สัปดาห์

นี่ก็เป็น สูตรลดน้ำหนัก ในสองสัปดาห์อีกเช่นกัน โดยแต่ละวันให้จัดอาหาร คือ

วันที่ 1

มื้อเช้า : กาแฟไม่ใส่น้ำตาล
มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง และ ผักขมจีน นำไปทำอะไรก็ได้ โดยใส่เกลือน้อยๆ
มื้อเย็น : เนื้อสันทอดน้ำมันน้อย ๆ (น้ำมันมะกอกจะดีที่สุด) , สลัดผักเขียว และผลไม้อะไรก็ได้ตามต้องการ

วันที่ 2

มื้อเช้า : กาแฟดำ และ ขนมปัง 1 ก้อน (ขนมปังปกติ 3 แผ่น)
มื้อกลางวัน : สเต็กก้อนใหญ่ และ สลัดผักเขียว และ ผลไม้ตามใจชอบ
มื้อเย็น : แฮมต้มตามต้องการ

วันที่ 3

มื้อเช้า : กาแฟดำ และ ขนมปังก้อน 2 ก้อน
มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง และ สลัดมะเขือเทศตามต้องการ
มื้อเย็น : แฮมต้มตามต้องการ

วันที่ 4

มื้อเช้า : กาแฟดำ และ ขนมปังก้อน 1 ก้อน
มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 1 ฟอง และ หัวแครอทต้มกินกับเนยแข็ง (เนยสวิส)
มื้อเย็น : ผลไม้ และ โยเกิร์ตเปรี้ยว

วันที่ 5

มื้อเช้า : แครอทต้มใส่น้ำมะนาว และกาแฟดำ
มื้อกลางวัน : ปลานึ่ง และ มะเขือเทศ
มื้อเย็น : สเต็ก และ สลัดผักเขียว

วันที่ 6

มื้อเช้า : กาแฟดำ และ ขนมปังก้อน 1 ก้อน
มื้อกลางวัน : ไก่ย่างตามต้องการ
มื้อเย็น : ไข่ต้ม 2 ฟอง และ แครอทต้ม

วันที่ 7

มื้อเช้า : ชาใส่มะนาว
มื้อกลางวัน : ผลไม้ตามต้องการ
มื้อเย็น : รับประทานอาหารตามปกติ

พอวันที่ 8 ก็ให้ย้อนกลับไปรับประทานอาหารตามวันที่ 1 ใหม่ หากทำครบ 2 สัปดาห์แล้ว สาว ๆ ควรจะลดน้ำหนักลงไปได้อย่างน้อย 7 กิโลกรัมค่ะ และที่สำคัญระหว่างลดน้ำหนัก ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลมเด็ดขาดค่ะ

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 8 : สูตรลดความอ้วนจากฝรั่งเศส 24 วัน

สูตรนี้ส่งตรงมาจากเมืองน้ำหอมเลยทีเดียว กับสูตรลดความอ้วน 24 วัน โดย อาหารของเก้าวันแรก ประกอบด้วย

มื้อเช้า : ส้มโอ และกาแฟ หรือชา

มื้อกลางวัน : เป็นเนื้อสัตว์ล้วน ๆ ไม่มีข้าว ไม่มีผัก ไม่มีนม และไข่ สามารถใส่ซอสได้ กินได้มากเท่าที่ต้องการไม่จำกัด แต่มีข้อแม้ว่าในหนึ่งมื้อให้กินเนื้อสัตว์เพียงชนิดเดียวเท่านั้นค่ะ เช่น หมูล้วน ไก่ล้วน ปลาล้วน เพื่อให้กระเพาะอาหารสามารถทำงานได้ดี มากกว่าการกินปนกันที่จะทำให้กระเพาะอาหารทำงานหนักขึ้น โดยเนื้อสัตว์นั้น เนื้อหมูจะมีไขมันมากที่สุด ตามมาด้วยเนื้อวัว ส่วนอาหารทะเลจะมีไขมันน้อย นอกจากนี้อาหารต้ม นึ่ง เผา จะมีแคลอรีน้อยกว่าอาหารทอด เช่นนั้นแล้ว ลองเลือกดูนะคะว่า จะทานอะไร

อาหารแนะนำคือสเต็กพริกไทย ปลาสำลีเผา กุ้งอบเกลือ สตูว์เนื้อไม่ใส่ผัก ปลากระพงย่างบีบมะนาว หมูทอดกระเทียม แกงจืดหมูสับล้วน ระวังอย่ากินผักและข้าวเป็นพอ

มื้อเย็น : ให้กินแต่ข้าวกล้องล้วน ๆ แต่สามารถเติมซอสได้ ผัดกับกระเทียมได้ ใส่ซีอิ้ว พริกไทยได้หมดค่ะ แต่ห้ามไม่ให้มีนมกับไข่ผสมเด็ดขาด ผักและเนื้อสัตว์กินไม่ได้เช่นกัน อาหารแนะนำ คือ ข้าวผัดกระเทียมใส่ซีอิ๊วขาว ข้าวผัดกะปิ ข้าวคลุกมันกุ้ง ข้าวผัดมันปู ข้าวคลุกน้ำพริกตาแดง ข้าวคลุกน้ำพริกต่าง ๆ ข้าวคลุกพริกป่นบีบมะนาว

สามวันต่อมา แม้ว่า น้ำหนักของคุณสาวๆ จะเริ่มลดไปบ้างแล้ว แต่ยังหยุดไม่ได้ค่ะ ต้องรับประทานต่อ โดย มื้อเช้ายังคงเหมือนเดิมค่ะ ส่วนมื้อกลางวันและเย็นเป็นผลไม้ล้วน ๆ ห้ามมีอย่างอื่นมาเกี่ยวข้อง จะทานผลไม้อะไรก็ได้ ทุเรียน มะม่วง ก็ไม่ว่า (แต่น้ำหนักอาจลดน้อยกว่าที่ควร) และต้องกินเป็นมื้อ อย่ากินจุบจิบ

เก้าวันชุดที่ 2 อาหารเช้าเหมือนเดิมค่ะ ส่วนมื้อที่เหลือเป็นผักล้วน มันฝรั่ง เผือก ข้าวโพด ทานได้ค่ะ อาหารแนะนำ ได้แก่ คะน้าผัดน้ำมันหอย ผักนึ่งจิ้มน้ำพริก ผัดผักทุกอย่าง สลัดผักน้ำใส (ที่ไม่ใส่นม ไข่ และน้ำตาล)

และสามวันสุดท้าย มื้อเช้าเหมือนเดิมค่ะ ส่วนมื้อกลางวันและเย็นให้ทานเป็นผลไม้ล้วนๆ

ถ้าทำได้ครบและเคร่งครัด รับรองว่า น้ำหนักของคุณสาว ๆ ลดได้แน่ ๆ เลย แต่มีควรข้อระวังนะคะ หากนับวันผิด หรือเผลอทานนอกเหนือจากที่กำหนดไป ก็ต้องกลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกค่ะ และถ้าครบ 24 วันแล้ว ก็สามารถกลับไปทานอาหารแบบเดิมได้ แต่ถ้าอยากผอมตลอด โดยไม่อยากควบคุมปริมาณอาหาร ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้คือ

หากจะทานเนื้อ ให้ทานเนื้อชนิดเดียวกัน และให้กินร่วมกับผัก ห้ามกินรวมกับพวกแป้ง

หากจะกินอาหารพวกแป้ง เช่น ข้าว ก็ไม่ควรทานพร้อมกับโปรตีน ให้ทานกับผักแทน

ผลไม้จะทานในปริมาณเท่าไหร่ก็ได้ค่ะ เพราะเป็นอาหารที่ใช้เวลาอยู่ในกระเพาะน้อย แต่เป็นอาหารหนัก ทำให้อิ่มนาน ดังนั้นเพื่อสุขภาพควรทานผลไม้ก่อนทานอาหารหลัก ประมาณ 15-30 นาที เพื่อให้ผลไม้ไปตัดกำลังอาหารหลักนั่นเอง เราก็จะทานอาหารได้น้อยลง

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 9 : สูตรลดน้ำหนักใน 1 เดือน

ใครชอบสูตรลดน้ำหนักระยะยาว ต้องลองสูตรลดน้ำหนัก ใน 1 เดือนค่ะ โดยจะมีรายการอาหารเช้า กลางวัน เย็น และผลไม้ ให้เลือกเป็นข้อ ๆ แต่ละวันก็เลือกมามื้อละ 1 ข้อ และผลไม้ 1 อย่างค่ะ ส่วนผักจะทานเท่าไหร่ก็ได้ ไม่จำกัดจำนวน ส่วนอาหารแต่ละมื้อ มีอะไรให้เลือกบ้าง ไปดูกัน

มื้อเช้า

1. กาแฟดำ 1 ถ้วย และ ขนมปังโฮลวีท 1 แผ่น
2. นมพร่องมันเนย 1 แก้ว และ ขนมปังโฮลวีท 1 แผ่น
3. โยเกิรต์ไขมันต่ำ 1 ถ้วย
4. ขนมปังทาน้ำผึ้ง 1 แผ่น
5. ข้าวต้มไก่, กุ้ง 1 ถ้วย ไม่ใส่น้ำมัน หรือ กระเทียมเจียว (ข้าวปริมาณ 1 ทัพพีเล็ก)
6. ผลไม้

มื้อกลางวัน และมื้อเย็น

1. ข้าวสวย 1 ทัพพี และ แกงส้ม, แกงเลียง, แกงป่า (เลือกมา 1 อย่าง แต่ห้ามทานแกงกะทิเด็ดขาด)
2. ข้าวสวย 1 ทัพพี และ ต้มจืดตำลึง (อาจเปลี่ยนเป็นผักอย่างอื่นก็ได้ ไม่ใส่น้ำมัน)
3. ข้าวสวย 1 ทัพพี และ เกาเหลาผักเยอะๆ 1 ถ้วย
4. ข้าวสวย 1 ทัพพี และ น้ำพริก, ผักสด, ผักลวก (ไม่จำกัดปริมาณผัก)
5. ข้าวสวย 1 ทัพพี และ ไข่ต้ม 1 ฟอง และผักไม่จำกัดปริมาณ
6. ขนมจีน 1 จับ และ น้ำยาป่า และ ผักไม่จำกัดปริมาณ (ห้ามทานน้ำกะทิ)
7. ข้าวเหนียว 1 ปั้น และ ส้มตำไม่ใส่น้ำตาล ไก่ย่าง 1 ไม้ ไม่ติดมัน และหนัง
8. สลัดผัก (ไก่, กุ้ง, ไข่) โดยน้ำสลัดต้องเป็นน้ำใสถ้าจะเป็นน้ำข้นต้องเป็นชนิดไขมันต่ำ 1 จาน
9. สเต็ก หมู, ไก่, ไม่ติดมัน และ ผักไม่จำกัดปริมาณ
10. ผลไม้

ผลไม้

1. สัปปะรด 1 จานเล็ก
2. ส้มโอ 1 จานเล็ก
3. ฝรั่ง 1 ลูก
4. ส้มเขียวหวาน 2 ลูก
5. แอปเปิ้ล 1 ลูก
6. แตงโม 1 จานเล็ก
7. มะละกอ 1 จาน

สูตรนี้ไม่จำกัดระยะเวลาค่ะ แต่ควรทานติดต่อกันเป็นระยะเวลา 1 เดือน และงดอาหารจุบจิบ อาหารหวาน เครื่องในสัตว์ น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด ถ้าลองปฏิบัติตามนี้แล้ว ในเวลา 1 เดือน ควรลดน้ำหนักได้อย่างน้อย 5-8 กิโลกรัม

มีสูตรลดน้ำหนัก ให้สาว ๆ ลองเลือกขนาดนี้ ใครชอบ สูตรลดน้ำหนัก ไหนก็ลองเลือกใช้ เลือกปฏิบัติกันดูนะคะ แต่ที่สำคัญคือต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อจะได้เห็นผลที่ชัดเจนค่ะ

 

more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

10 อันดับสุนัขที่ฉลาดที่สุดในโลก

10 อันดับสุนัขที่ฉลาดที่สุดในโลก | JR PLOY | Scoop.it

อันดับ 10 : Australian Cattle Dog

( ออสเตรเลียน แคทเทิล ดอก )
เป็นสุนัขสายพันธุ์ใหม่ ที่มีต้นกำเนิดมาจากการทดลองผสมข้ามพันธุ์
มีความอดทนเหมือนสุนัขพื้นเมือง มีความสามารถทางปศุสัตว์

อันดับ 9 : Rottweiler
( ร๊อตไวเลอร์ )

ลัษณะนิสัยเป็นสายพันธุ์ที่มีสัญชาตญาณที่ต้องเอาตัวรอด
แต่ในปัจจุบันได้มีการปรับปรุงสายพันธุ์ให้เป็นสุนัขที่มีความฉลาด
ชอบการสัมผัสอย่างทะนุถนอม และสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
หากได้รับการฝึกฝนที่ดีจะเป็นสุนัขที่เชื่อฟังคำสั่ง
ใจเย็น เป็นทั้งเพื่อนและยามเฝ้าบ้านที่ดี

อันดับ 8 : Papillon
( พาพิลลัน )

ลักษณะนิสับฉลาด แข็งแรง กล้าหาญ รักเจ้าของ ขี้เล่น
กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งรอบข้าง เป็นมิตร
และพร้อมที่จะปกป้องเจ้าของจากผู้บุกรุก

อันดับ 7 : Labrador Retriever
( ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ )

ลักษณะนิสัยฉลาด ใจดี เป็นมิตร สุภาพ ไม่ก้าวร้าว
ตอบสนองรวดเร็ว ปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ได้ง่าย
สามารถฝึกความสามารถพิเศษอื่นๆ ได้มากมาย
เช่น ค้นหาผู้ประสบภัย , ค้นหายาเสพติด ฯลฯ

อันดับ 6 : Shetland Sheepdog
( เฌทแลนด์ ชิปดอก )

ลักษณะนิสัยฉลาด มีความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์
รักเด็ก และมีสัญชาตญาณที่ดีด้วย

อันดับ 5 : Doberman Pinscher
( ดูบเบิลแมน พินส์เชอร์ )

ลักษณะนิสัยฉลาด กล้าหาญ ตื่นตัว เชื่อฟัง คอยระวังภัยตลอดเวลา
จัดว่าเป็นสุนัขอารักขาที่ดีที่สุดในโลก

อันดับ 4 : Golden Retriever
( โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ )

ลักษณะนิสัยเป็นมิตร สุภาพ ใจดี ซื่อสัตย์ มีความสามารถพิเศษในการจดจำ
ง่ายต่อการฝึกฝน กระฉับกระเฉง

อันดับ 3 : German Shepherd
( เยอรมัน เชพเพิร์ด / อาเซเชียล )

ลักษณะนิสัยกระตือรือร้น ตื่นตัว กล้าหาญ
ร่าเริง เชื่อฟัง กระหายที่จะเรียนรู้และฉลาดมาก
มักถูกใช้ต้อนแกะ เฝ้ายาม กิจกรรมต่างๆ ของตำรวจ
นำทางคนตาบอด แกะรอยค้นหา

อันดับ 2 : Poodle
( พุตเดิล ทอยด์ )

เสน่ห์ของสุนัขพันธุ์นี้อยู่ที่ ฉลาด รู้ภาษา ร่าเริง ช่างประจบ

อันดับ 1 : Border Collie ( คอลลี่ )

ลักษณะนิสัยขี้เล่น ร่าเริง เป็นมิตร
มีความสามารถในการเรียนรู้สูง ประสาทไวต่อสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งเร้าต่างๆ
เช่น เสียง สิ่งเคลื่อนไหว และกลิ่น

more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

The Voice Thailand 7/15 นนท์ ธนนท์ TV05 11 Nov 2012 CiNNtv3

The Voice Thailand 8/15 http://www.youtube.com/watch?v=m46lDuxaB50 The Voice Thailand : 11 Nov 2012 : 11 พฤศจิกายน 2555 นนท์ ธนนท์ TV05 เดอะวอยซ์ ไทยแลนด์ : ...
more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

PSY - GANGNAM STYLE (강남스타일) M/V

PSY - Gangnam Style (강남스타일) ▶ NOW available on iTunes: http://Smarturl.it/psygangnam ▶ Official PSY Online Store US & International : http://psy.shop.bravado...
more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

วิธีทำสเต็กหมูราดซอสเกรวี่ (Pork Steaks Gravy)

วิธีทำสเต็กหมูราดซอสเกรวี่ (Pork Steaks Gravy) | JR PLOY | Scoop.it

ถ้าคุณกำลังมองหาเมนูอาหารสำหรับช่วงวันหยุดเพื่อทำกินกันเอง ในครอบครัว อย่างง่าย ๆ เราขอเสนอ "สเต็กหมูราดซอสเกรวี่ วี่ วี่ วี่" แม้ว่าเมนูนี้อาจจะฟังดูยาก แต่จริง ๆ แล้วนั้น มันไม่ได้ยากอย่างที่คิด!!!!! เพราะขนาดมือใหม่หัดทำอย่างเจ้าของบล็อกยังทำได้เลย แถมกินกันได้ทั้งครอบครัว ก่อนอื่นเรามาดูกันว่ามีวัตถุดิบอะไรบ้าง......

เนื้อหมูสันนอกสเต็ก (ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมต้องสันนอก คงเพราะเป็นส่วนที่เนื้อนุ่ม???) มีวางขายเป็นแพคๆ ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่ว ๆ ไป
ผักเครื่องเคียงกับสเต็ก เจ้าของกระทู้เลือกเป็น บรอกโคลี แครอท มันฝรั่ง และข้าวโพดอ่อน
เนยเค็ม
ครีมเทียมพร่องไขมัน
นมข้นหวาน
ซอสมะเขือเทศ
หอมใหญ่สับละเอียด
กระเทียมสับ
พริกไทยดำ พริกไทยอ่อนตำละเอียด
มะเขือเทศสับ
เกลือป่น
เนื้อสัปปะรดเปรี้ยวปริมาณเล็กน้อย
ซอสหอยนางรม
ซีอิ๊วขาว
คนอร์ก้อน
ทั้งหมดที่เราจะทำ มี 4 ขั้นตอน
เริ่มแรกเราจะต้องหมักหมูทิ้งไว้ก่อน อาจจะซัก 2-3 ชม. เพื่อให้เนื้อสเต็กที่ได้ นุ่ม อร่อย ชวนน่ากินมากขึ้น

ขั้นตอนที่1 การหมักหมู

นำหมูที่ซื้อมาไปล้างให้สะอาด
ใส่หมูไปในชามหมัก และพระเอกของงานที่สำคัญมาก ๆ คือ น้ำสัปปะรด โดยเราจะบีบเฉพาะน้ำจากเนื้อสัปปะรดเปรี้ยวที่เตรียมไว้ เนื่องจากมันมีคุณสมบัติช่วยให้เนื้อสัตว์นุ่มมากขึ้น
ใส่ครีมเทียมพร่องไขมัน ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรมลงไป แต่เจ้าสองตัวหลัง ต้องระวังอย่าใส่เยอะ เดี๋ยวจะเค็มเกินไป
ใส่พริกไทยดำ พริกไทยอ่อน แบบเม็ดลงไป เพื่อเพิ่มความหอม
คลุก ๆ เคล้า ๆ ให้เครื่องปรุงต่าง ๆ มันเข้าเนื้อ จากนั้นเอาไปแช่ตู้เย็น ทิ้งไว้
เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราก็จะมาทำในส่วนของผักเครื่องเคียงต่อเลย

ขั้นตอนที่2 การนึ่งผัก

ล้างผักให้สะอาด โดยเฉพาะมันฝรั่ง จะต้องปลอกเปลือกแล้วนำมาล้างต่อในน้ำเกลือเพื่อเป็นการกำจัดเมือกที่เคลือบ ๆ ออก ไม่อย่างนั้น ตอนนึ่งออกมาจะได้มันฝรั่งเมือก ๆ ใส ๆ แบบที่เห็นในภาพ เพราะเจ้าของบล็อกเพิ่งมารู้วิธีล้างจากท่านแม่ในภายหลัง +_+"
นำผักมานึ่ง ส่วนตัวเจ้าของบล็อกจะนึ่ง บรอกโคลี ข้าวโพดอ่อน มันฝรั่งก่อน แล้วพอมันกึ่งจะสุกค่อยใส่แครอทไปนึ่งต่อ เพื่อให้ได้แครอทที่ไม่เละเกินไป ^_^
พอผักสุกแล้วเอาออกมาจากหม้อนึ่ง แยกไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นผักอาจจะแลดูเหี่ยว ๆ เพราะเจ้าของบล็อกไม่ได้แยกออกจากหม้อนึ่ง ไอน้ำร้อน ๆ มันยังระอุอยู่ ผักก็เลยเหี่ยวเหลืองอย่างที่เห็น -.-"

ต่อมาคือส่วนที่ขาดไม่ได้เลย นั่นก็คือการทำซอสเกรวี่รสกลมกล่อมเข้ารสกับเนื้อนุ่ม ๆ อย่ารอช้ามาดูวิธีการทำกันเลยคือ

ขั้นตอนที่3 การทำซอสเกรวี่

1. เริ่มแรกตั้งเตา ใส่น้ำเปล่าลงในหม้อและใส่คนอร์รสซุปกระดูกหมู 1 ก้อนลงไป(ที่จริงแล้วอาจจะต้มน้ำกระดูกหมูเองก็ได้ แต่เพื่อความสะดวกรวดเร็ว จึงเลือกใช้คนอร์จร้าา^^") และเคี่ยวไปซักพัก น้ำนี้เป็นส่วนผสมหลักของซอสเกรวี่ ที่เรียกกันว่าน้ำสต็อก นั่นเอง!!!
2. นำน้ำสต็อกที่เคี่ยวได้ที่แล้ว ประมาณ 1 ถ้วยตวง เทลงในหม้อที่ไว้ใช้ทำซอสเกรวี่ จากนั้นใส่ครีมเทียมพร่องไขมัน และนมข้นลงไป ปริมาณเล็กน้อย ลองกะ ๆ ดูก่อน อย่าเพิ่งใส่เยอะ
3. ใส่เนยเค็มลงไปประมาณ1-2 ก้อน ขึ้นกับปริมาณน้ำซอสที่ทำ คน ๆ ให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จะเห็นว่าเป็นน้ำซอสสีเหลืองนวล ๆ
4. ใส่ซอสมะเขือเทศ เกลือป่น มะเขือเทศสับ หอมใหญ่สับ กระเทียมสับ พริกไทยดำและพริกไทยอ่อนบด แต่เจ้าของบล็อกชอบความหอมของพริกไทย เลยใส่แบบเม็ด ๆ ลงไปด้วย ^^
5. เมื่อคนให้เข้ากัน จะได้ซอสที่สีส้ม ๆ มีรสชาติครบทุกรส ถ้าอยากให้รสชาติไปทางไหนก็ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงข้างต้นเพิ่มเติมได้เลย แต่ขอบอกว่าระวังอย่าหนักมือมาก เพราะเครื่องปรุงส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่หนักไปทางเค็ม อาจจะทำให้กลายเป็นสเต็กหมูราดน้ำปลาได้จร้าาาาา ;p
และแล้ว!!!ก็มาถึงขั้นตอนสุดท้าย ท้ายสุด คือการทอดหมู หมู หมู

ขั้นตอนที่4 การเตรียมเนื้อสเต็ก

นำเนื้อหมูที่หมักไว้ ออกจากตู้เย็น มาวางไว้ก่อนซักพักให้หายเย็นก่อน
เปิดแก๊ส ใช้ไฟไม่แรง ใส่น้ำมันเล็กน้อย ขอบอกว่าเล็กน้อย ในกระทะเทฟลอน เพราะเราจะต้องใช้เนยเค็มในการทอด โดยจะต้องใช้ตะหลิวละเลงเนยให้ละลายทั่ว ๆ กระทะ
ใส่เนื้อหมูลงไปทอด ทอด ทอด พลิกไปมา อย่าทอดนานมากนัก เดี๋ยวหมูจะแข็ง แค่ลองใช้ส้อมจิ้ม ๆ ดูข้างในถ้ามันไม่นิ่มมาก มีสีเหลืองอ่อน ๆ ก็แปลว่าสุกแล้ว
ตักเนื้อหมูใส่จาน ราดด้วยน้ำเกรวี่รสกลมกล่อม มีผักเครื่องเคียง เท่านี้ก็ได้สเต็กหมูราดซอสเกรวี่ที่ทำเองง่าย ๆ พร้อมเสิร์ฟจร้าาาาาาาา!!!!!!!

more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

เมนูของหวาน โอรีโอชีสเค้ก

เมนูของหวาน โอรีโอชีสเค้ก | JR PLOY | Scoop.it

ส่วนผสมฐาน

- โอรีโอบดละเอียด 250 กรัม
- เนยจืดละลาย 100 กรัมวิธีทำ
- นำโอรีโอบดละเอียดกับเนยละลายผสมให้เข้ากันดี
- กรุลงในพิมพ์ให้แน่นนำไปแช่ตู้เย็นจนอยู่ตัวส่วนผสมชีสเค้ก
- ครีมชีส 200 กรัม
- น้ำตาลทรายบด 50 กรัม
- น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย
- เจลาติน 4 แผ่น
- วิปปิ้งครีม Rich?s 200 กรัม

วิธีทำแป้งพาย

1. นำเจลาตินแผ่นแช่น้ำรอนิ่มนำไปตุ๋นจนละลายพักไว้จนอุ่น

2. ตีครีมชีสกับน้ำตาลทรายบดจนขึ้นฟู เติมน้ำมะนาว และโยเกิร์ต ตีต่อจนส่วนผสมเข้ากันดี เติมเจลาตินที่ละลายอุ่นแล้วผสมให้เข้ากันพักไว้

3. ตีวิปปิ้งครีมจนตั้งยอด นำไปผสมกับส่วนของครีมชีสให้เข้ากัน

4. นำส่วนผสมครีมชีสที่ได้ใส่ฐานโอรีโอที่แช่ตู้เย็นไว้แล้วปาดหน้าให้เรียบตกแต่งหน้าให้สวยงามด้วยโอรีโอ ต่อจากนั้นนำพลาสติกปิดให้รอบ แล้วนำไปแช่ตู้เย็นให้อยู่ตัวอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหรือทิ้งไว้ข้ามคืนก่อนรับประทาน

 

more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

วิธีทำผมด้วยตัวเอง

วิธีทำผมด้วยตัวเอง | JR PLOY | Scoop.it

ร้อนๆ แบบนี้ จะให้ตัดผมก็ไม่ไหว ช่วงนี้ หลายคนเลยฮิตรัดผม มัดจุกกันเป็นว่าเล่น แต่จะทำทรงเดียวกันหมด ก็ไม่เก๋น่ะสิ วันนี้เลยจัดเอาเทคนิคการทำผมแบบง่ายๆ ด้วยตัวเอง มาดูกันว่า ผูก รัดกันแบบไหน ถึงได้สวยมีไสตล์ได้ขนาดนี้
Country Chic

1. แบ่งผมออกเป็นสองส่วน บิดผมแต่ละส่วนเป็นเกลียวและผูกปมหลวมๆ

2. พลิกปมขึ้นแล้วเก็บปลายผมที่เหลือซ่อนไว้ด้านใน ยึดให้เข้าที่ด้วยคลิปติดผม

3. คาดทับด้วยผ้าคาดผม ผูกปมซ่อนไว้ใต้มวยผม

4. เพิ่มความสดใสอีกนิดด้วยที่คาดผมดอกไม้ทับไว้ด้านบน

 

Coming up Daisies

1. ยีผมด้านหน้าให้พองขึ้นเล็กน้อย

2. บิดผมด้านหน้าเป็นเกลียว แล้วยึดไว้ด้านหลังศีรษะด้วยกิ๊บดอกเดซี่ลงยาสีสันสดใส

3. ถักเปียต่อเนื่องลงมาจนถึงปลายผม

4. เติมกิ๊บหนีบดอกไม้ตัวเล็ก ยึดปลายผมไว้ให้เข้าที่

 

Bright Now

1. หวีผมให้เรียบแล้วรวบเป็นหางม้าสูง

2. แบ่งหางม้าครึ่งหนึ่งถักเป็นเปีย

3. ม้วนเปียเป็นมวยด้านบน แล้วยึดไว้ด้วยคลิปประดับดอกไม้

4. ถักเปียผมอีกส่วน แล้วพันรอบมวยที่เกล้าไว้ ยึดให้แน่นด้วยคลิปดอกไม้สีตัดกัน

 

Pony Up

1. นำคลิปหนีบผมหุ้มด้วยผ้าซาติน ซึ่งมีโครงด้านใน สามารถปรับเปลี่ยนได้หลายแบบมาใช้

2. รวบผมหางม้าสูงแล้วหนีบด้วยคลิปหนีบผมหางม้า

3. ดัดริบบิ้นที่มีโครงด้านในให้เป็นรูปร่างตามที่ต้องการ

 

more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

Yeah! That Look - Basic Make-up Tips & Tricks

Professional make-up artist Carol Shaw shares some of her essential make-up tips and tricks in part two of Yeah! That Look: LORAC Cosmetics on FAWN. Part 1: ...
more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

Natural Looking Makeup Tutorial

This tutorial shows you how to achieve a natural simple look with makeup. I finally came around to doing this tutorial. =) Detailed instructions http://www.x...
more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

มารู้จักกับอาการปวดถอกันเถอะ

มารู้จักกับอาการปวดถอกันเถอะ | JR PLOY | Scoop.it

สาเหตุอาการปวดคอ

สำหรับโดยทั่วไปอาจจะเกิดอาการ ที่เราทำงานหรือว่าพักผ่อนต่างๆ ที่ผิดไปจึงทำให้อาการปวดคอเกิดขึ้นได้ การนอนผักผ่อนไม่ว่าจะหมอนสูงไปหรือต่ำไป หรือตกหมอน นั่งหลังค่อมหดลำคอจ้องจอคอมพิวเตอร์ ตื่นเช้ามาจะมีอาการปวดได้ และเกิดจากอุบัติเหตุด้วย

การรักษาอาการปวดคอ

โดยทั่วไปอาการปวดคอนั้นหากเป็นอาการที่เกิดขึ้นจากอะไรเป็นอันดับแรก หากเกิดจากอาการไปทำให้เกิดอยากรวดเร็วในกล้ามเนื้อเช่นการนอนผิดท่า คอตกหมอน ให้บรรเทาด้วยด้วยน้ำแข็งบริเวณที่ปวดอาจจะนวดด้วยยาคายกล้ามเนื้อต่างๆ ให้อาการดีขึ้นระยะเวลาอยู่กับว่าเป็นมากหรือน้อย 

more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

การดูแลเครื่องซักผ้า

การดูแลเครื่องซักผ้า | JR PLOY | Scoop.it

เครื่องซักผ้านั้นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่หลายบ้านมีกัน เพราะอำนวยความสะดวกในการทำความสะอาดเสื้อผ้าของเรา แต่การดูแลรักษาเครื่องซักผ้านั้นก็เป็นวิธีการทำให้เครื่องซักผ้าเรามีอายุที่ยาวนานขึ้น และทำให้ผ้านั้นสะอาดขึ้น

น้ำหนักในการซักเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจะทำให้เครื่องไม่ทำงานหนักจนเกินไป เพราะน้ำหนักที่รองรับจะทำให้ผ้าสะอาดขึ้นและยืดอายุการใช้งานของเครื่องซักผ้า

ก่อนที่เราจะซักผ้าให้ตรวจสอบเสื้อผ้าของเราว่ามีอะไรตกค้างอยู่หรือไม่อย่างเช่นพวกเหรียญ กระดาษทิชชู หรือว่าอะไรต่างๆ ที่มักจะอยู่ในกระเป๋าเสื้อผ้าของเรา และอาจจะทำให้ถังซักผ้าของเราเป็นรอยและเสียหาย

ทำความสะอาดเครื่องซักผ้าด้วยการผสมน้ำกับน้ำส้มสายชู ลงไปในถังแล้วปั่นปกติ น้ำส้มสายชูจะช่วยชำระล้างสิ่งตกค้างออกได้

ไม่ควรที่จะซักผ้าด้ายน้ำที่มีอุณหภูมิสูงจนเกินไปไม่ควรเกิน 40 องศาเซสเซียส เพราะว่าอะไหล่ต่างๆ และถังอาจจะเสียหายได้

เพื่อความปลอดภัยในการซักผ้าเราควรที่จะติดตั้งสายดินไว้ จะได้ป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่ว เพราะเราก็ได้สัมผัสกับเครื่องและนำซึ่งมีความเป้ฯอันตรายอย่างมาก

more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

แหลมเจริญซีฟู้ด ร้านอาหารทะเลสุดโดนใจ ใกล้รถไฟฟ้า เปิดใหม่ที่สาขาสีลมคอมเพล็กซ์

แหลมเจริญซีฟู้ด ร้านอาหารทะเลสุดโดนใจ ใกล้รถไฟฟ้า เปิดใหม่ที่สาขาสีลมคอมเพล็กซ์ | JR PLOY | Scoop.it

แหลมเจริญซีฟู้ดเป็นร้านอาหารที่นายป้องเพื่อสมัยมัธยมแนะนำให้ไปทาน ตอนที่บังเอิญเดินเจอกันที่สยามพารากอนค่ะ แล้วครั้งนั้นออฟก็ตัดสินใจไปกินเลี้ยงฉลองครบรอบ 4 ปีกับไผ่ที่ร้านนี้ ถึงแม้ว่าบรรยากาศของที่ร้านจะไม่ได้โรแมนติกปานจะกลืนกิน แต่อาหารอร่อยๆก็ทำให้วันนั้นเป็นอีกหนึ่งวันที่น่าจดจำค่ะ รวมไปถึงรสชาติของอาหารที่ออฟติดใจจนต้องพาคุณแม่ไปทานอีกครั้งในเดือนเดียวกัน ซึ่งการันตีความอร่อยได้มากๆ เพราะน้อยจริงๆ ที่ออฟจะกลับไปทานร้านอาหารร้านเดิม แต่อาหารที่สาขาสลมคอมเพล็กซ์ก็อร่อยจริงๆ ค่ะ

บรรยากาศของร้านแหลมเจริญซีฟู้ด
แหลมเจริญซีฟู้ด สาขาสีลมคอมเพล็กซ์ที่ออฟไปทานกับคุณแม่ และไผ่นั้นเพิ่งเปิดวันแรกเลยค่ะ คนวุ่นวายเอาเรื่อง เป็นช่วงเที่ยงที่พนักงานออฟฟิตต่างออกมาหาอะไรทานกันอย่างคับคั่ง และร้านนี้ดูจะเป็นร้านที่เหลือไม่กี่ร้านที่ยังไม่เต็ม ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความหรูหราของร้าน ที่ดูจะเกินงบมื้อเที่ยงของพนักงานบริษัทไปรึเปล่านะคะ แต่ไม่นานนักร้านนี้ก็คนเต็มเช่นกันค่ะ
ตัวร้านแอร์เย็นฉ่ำจนหนาวสั่นกันเลยทีเดียว มีโต๊ะจัดเรียงอยู่เต็มพื้นที่ แต่ไม่แน่นจนเกินไป มีแสงไฟสีส้มอ่อนจากด้านบนส่องลงมาเป็นจุดๆ โดยรวมแล้วแสงในร้านไม่มืดมากนักค่ะ

เมนูของร้านแหลมเจริญซีฟู้ด
รายการเมนูอาหารของที่ร้านแหลมเจริญซีฟู้ด จะเน้นไปทางอาหารทะเลที่มีหลากหลายเมนูมาให้เลือกทานกันค่ะ
โดยอาหารทะเลสดๆของทางร้านก็น่าทาน หรือจะนำไปปรุงรสก็มีให้เลือกหลายรายการเลยค่ะ จริงๆ แนะนำให้สั่งจากเมนูที่เป็นรูปภาพก็เหลือเฟือแล้วค่ะ

รายการอาหารที่สั่งที่ร้านแหลมเจริญซีฟู้ด
ปลาเก๋าต้มยำแห้ง 230 บาท

ครั้งก่อนที่ออฟทานที่สาขาสยามพารากอนออฟสั่งเมนูปลากระพงทอดน้ำปลา ซึ่งครั้งนั้นติดใจมากๆ แต่แม่บอกว่าอยากทานอย่างอื่นมากกว่า ก็เลยลองสั่งเป็นปลาเก๋าต้มยำแห้งมาทานค่ะ เป็นเมนูปลาที่ทานง่าย เพราะทางร้านแกะเนื้อปลาออกเป็นชิ้นๆให้แล้ว รสชาติผัดต้มยำก็เข้มข้นถึงเครื่องดีทีเดียวค่ะ ทานกับข้าวสวยก็เข้ากันมากๆค่ะ

หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์อบเนย 220 บาท

ต่อด้วยเมนูหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์อบเนยตัวใหญ่ค่ะ ในจานมีทั้งหมด 6 ตัวด้วยกัน แต่เมนูนี้จัดจานด้วยผักที่คงจะเหี่ยวไปด้วยความร้อนทำให้ไม่ค่อยน่าทานเท่าไหร่ ถ้าปรับการจัดจานใหม่จานนี้จะสมบูรณ์แบบมากๆค่ะ เพราะหอยตัวใหญ่ที่อบเนยมามีรสชาติเข้มข้นมากๆ เนื้อหอยเหนียวนุ่ม เคี้ยวมันดีทีเดียวค่ะ

กุ้งอบวุ้นเส้น 270 บาท

กุ้งอบวุ้นเส้นเป็นเมนูที่ไผ่สั่งหลังจากที่ออฟกับแม่ดูเมนูกันอยู่นานแล้วตัดสินใจเลือกไม่ได้ค่ะ ซึ่งเมนูนี้ต้องยกความอร่อยให้ที่วุ้นเส้นที่เหนียวหนึบ แต่ก็นุ่มและเข้มข้นดีค่ะ
กุ้งในหม้อก็ตัวใหญ่ใช้ได้ และมีหลายตัวเหมือนกันค่ะ จริงๆ เมนูนี้ของทางร้านจะมี 2 สูตร คือสูตรแบบที่ทานร้านอื่นๆ กับแบบต้นตำรับของร้าน ที่สั่งครั้งนี้เป็นแบบต้นตำรับของร้านค่ะ
ซูมกุ้งให้ดูกันชัดๆ ทางร้านมีน้ำจิ้มซีฟู๊ดสีเขียวรสจัดจ้านให้จิ้มกันด้วยนะคะ คนไม่ทานเผ็ดต้องระวังอย่างจิ้มเยอะด้วยนะคะ

น้ำตะไคร้ 40 บาท

น้ำตะไคร้ของที่นี่จะมีกลิ่นและรสชาติของตระไคร้ที่ชัดเจนมากๆค่ะ และไม่หวานเกินไป โดยเค้าจะเอามาเสิร์ฟเป็นกา แล้วเราเลือกทานได้ว่าจะทานแบบร้อนหรือแบบเย็นค่ะ

ข้าวเปล่า 15 บาท

ข้าวเปล่าของที่นี่จานละ 15 บาท แต่ปริมาณก็พอสมควรอยู่เหมือนกันค่ะ

การทานอาหารที่ร้านแหลมเจริญซีฟู้ด
การทานที่สาขาสีลมคอมเพล็กซ์ถือว่าเป็นการรอคอยที่ยาวนานเอาเรื่องเหมือนกันค่ะ แถมอากาศก็หนาวมากๆ แต่ยังรู้สึกดีที่พนักงานคอยเอาใจใส่ และผู้จัดการร้านก็มาถามไถ่และตามอาหารให้ ถือว่าให้อภัยได้ค่ะ กับร้านที่เพิ่งเปิดสาขาใหม่วันแรกแบบนี้ ส่วนรสชาตินั้นอร่อยสู้สาขาสยามพารากอนได้เลยค่ะ

ใบเสร็จจากร้านแหลมเจริญซีฟู้ด

บทสรุปจากการทานที่ร้านแหลมเจริญซีฟู้ด
ครั้งแรกที่ไปสาขาสยามพารากอนได้อาหารเร็วกว่านี้เยอะเลยค่ะ แต่อาจจะเป็นเพราะว่าที่สาขาสีลมคอมเพล็กซ์เพิ่งเปิดใหม่เป็นวันแรกด้วย
บรรยากาศของร้านดีทีเดียวค่ะ แต่แสงน้อยไปหน่อย
พนักงานบริการดี คอยเติมน้ำอยู่ตลอด
รสชาติของอาหารเท่าที่ทานอร่อยทุกจานเลย ที่ติดใจเป็นปลากระพงทอดน้ำปลา และต้มยำกุ้งที่กินที่สาขาสยามพารากอน แต่วันนี้ที่สั่งทานก็อร่อยดีค่ะ
ราคาถือว่าคุ้มค่ากับปริมาณและรสชาติเหมือนกัน
เหมาะกับเป็นร้านที่จะมาทานเป็นครอบครัว หรือเวลาที่อยากจะทานอาหารทะเลแล้วเดินทางง่ายๆค่ะ
Gallery จากร้านแหลมเจริญซีฟู้ด

[Show picture list]

ข้อมูลทั่วไปของร้านแหลมเจริญซีฟู้ด
สถานที่ตั้ง:191 ชั้น ใต้ดิน สีลมคอมเพล็กซ์ ทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีศาลาแดง สีลม สีลม บางรัก กรุงเทพฯ 10500
เบอร์โทรศัพท์:0-2231-3155
การเดินทาง: จากถนนสีลมมุ่งหน้าศูนย์การค้าสีลมคอมเพล็กซ์ หรือจะลงรถไฟฟ้าสถานีศาลาแดง หรือรถไฟฟ้าใต้ดินสีลมแล้วเดินมาที่ห้างชั้นใต้ดินก็ได้ค่ะ
สถานที่จอดรถ: ศูนย์การค้าสีลมคอมเพล็กซ์
facebook fanpage : https://www.facebook.com/LaemChareon
วันและเวลาเปิดปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 10.30-21.00 น.

more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

วิธีลดความอ้วน ง่ายๆ 8 ขั้นตอน

วิธีลดความอ้วน ง่ายๆ 8 ขั้นตอน | JR PLOY | Scoop.it

วิธีลดความอ้วน ง่ายๆ 8 ขั้นตอน

ปัจจุบันนี้ โรคอ้วน ได้กลายมาเป็นปัญหาใหญ่ในสังคม คนอ้วนมีอัตราการเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆทุกวัน สาเหตุแห่งการอ้วนมาจากหลายปัจจัย เช่น การบริโภคอาหารที่เปลี่ยนไป การขาดการออกกำลังกาย และการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไป

อาหารฟาสต์ฟู้ดในปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมเป็นอันมากจากผู้บริโภค ซึ่งอาหารเหล่านี้นั้นอุดมไปด้วย ไขมัน คาร์โบไฮเดรต และน้ำตาลในปริมาณสูง อีกทั้งผู้บริโภครู้สึกดีที่ได้บริโภคเพราะทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าตัวเองนั้นมีรสนิยมดี (ค่านิยมฝรั่ง)

เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆในชีวิตประจำวัน เช่น รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ คอมพิวเตอร์ เหล่านี้ทำให้ประชากรนั้นทำงานน้อยลง ได้เคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ยกตัวอย่างเช่น ในอดีต เราอาศัยการเดินเท้าหรือการแจวเรือไปยังสถานที่ที่ต้องการไป เช่น วัด หรือ โรงเรียน แต่ปัจจุบันนี้ การเดินทางไปนั้นสะดวกสบายขึ้นมาก โดยการใช้รถยนต์เดินทางไป ดังนั้นเราจึงเห็นความแตกต่างของพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ซึ่งเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆเหล่านี้นั้นก็เป็นอีกเหตุปัจจัยหนึ่งในการทำให้ประชากรเพิ่มอัตราเป็นโรคอ้วนมากขึ้น

การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ชีวิตประจำวันของประชากรนั้นเปลี่ยนไป จากนอนแต่หัวค่ำ ตื่นเช้า กลายมาเป็น นอนดึก ตื่นสาย แม้ว่าการนอนดึกตื่นสายนั้น จะมีชั่วโมงในการนอนเท่าเทียมกับการนอนหัวค่ำ ตื่นเช้าก็ตาม แต่ตื่นมา ในช่วยจังหวะเวลาที่ไม่ถูกต้อง กระบวนการในร่างกายทำงานผิดจังหวะ เช่น เราควรทานอาหารเช้าไม่เกินเวลา 9.00 น. เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารเข้าไปเสริมสร้างส่วนต่างๆของร่างกายในเวลาที่กระเพาะทำงานได้เต็มที่ แต่กลับกลายเป็นว่า ตื่นสายแล้วการทำงานของระบบในร่างกายรวน สิ่งต่างๆเหล่านี้จึงทำให้ร่างกายนั้นทำงานไม่เป็นระบบ และทำให้เกิดโรคอ้วน และโรคอื่นๆตามมาในภายหลัง

ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ การไม่ออกกำลังกาย มักเป็นข้ออ้างเสมอๆของผู้ที่เป็นโรคอ้วนว่าไม่มีเวลาออกกำลังกาย ซึ่งถ้าเราจัดสรรเวลาในชีวิตดีๆ เราทุกคนจะสามารถมีเวลาออกกำลังกาย เพียงแค่วันละ 30 นาที เป็นระยะเวลา 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ การออกกำลังกายทำให้ร่างกายได้ขับของเสียออกมา ทำให้ไต ตับ ทำงานน้อยลง และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภายใน อีกทั้งกล้ามเนื้อตามร่างกาย ก็จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ถ้าเราสามารถทำตามปัจจัยต่างๆที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้น เราก็จะสามารถขจัดโรคอ้วนออกไปได้ และเราก็จะได้มีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงต่อไป

การจำกัดอาหาร การจำกัดอาหารหมายความว่า การเลือกอาหารที่เหมาะสมและจำเป็นต่อร่างกาย เช่น เราควรรับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มกากใย และ เส้นใยอาหาร เพราะกากใยอาหารเหล่านี้ ทำให้ร่างกายมีการขับถ่ายที่เป็นปกติ ทำให้ขับสารพิษออกจากลำไส้ พอสารพิษออกจากลำไส้แล้วก็จะไม่เกิดการหมักหมม ซึ่งการหมักหมมเหล่านี้คือเหตุปัจจัยในการเริ่มต้นของมะเร็งตามส่วนต่างๆของร่างกายเรานั่นเอง การบริโภคไขมันให้น้อยลง ในร่างกายของเรานั้นมีความต้องการไขมันต่อวันเพียงปริมาณน้อยนิดเท่านั้น เราจึงควรลดปริมาณการบริโภคไขมันให้น้อยลง การเพิ่มการรับประทานโปรตีนจากถั่ว ลดปริมาณการบริโภคเนื้อสัตว์ เนื่องจากเนื้อสัตว์ในปัจจุบันนี้ มีกรรมวิธีในการผลิตที่เร่งรีบมากเกินไป

วิธีการเร่งเนื้อแดง ฯลฯ ทำให้ต้องใช้สารเคมีลงไปในเนื้อสัตว์ เมื่อเราบริโภคเนื้อสัตว์เข้าไปในปริมาณมากๆ สิ่งที่ร่างกายได้รับเข้าไปด้วยนอกเหนือจากเนื้อสัตว์แล้ว ก็คือสารเคมีที่ค้างในเนื้อสัตว์ด้วย เราควรเปลี่ยนการบริโภคจากเนื้อสัตว์มาเป็นการได้รับโปรตีนจากถั่วต่างๆแทน อาหารเสริมต่างๆ เป็น

วิธีลดความอ้วน ที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก จึงขอให้ผู้ที่คิดจะใช้นั้น เลือกให้ดี ให้เหมาะสมกับความสามารถในการจ่ายของแต่ละคน ไม่ว่าจะมีเครื่องออกกำลังกายหรืออาหารเสริมใดๆก็แล้วแต่ ที่สามารถช่วยในการลดความอ้วน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความหนักแน่น และการอดทน ในการลดความอ้วน เพราะว่าไม่ใช่ทุกอาทิตย์ที่น้ำหนักจะลดลง แต่สิ่งที่ได้นั้น นอกจากน้ำหนักที่ลดลงแล้ว สิ่งที่ได้อีกควบคู่ไปด้วยนั่นคือ สุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรคร้ายแรงใดๆ เพราะความอ้วนเป็นสาเหตุของการเกิดโรคร้ายหลายโรค ไม่ว่าจะเป็น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็งต่างๆ

ซึ่งคนอ้วนมีอัตราความเสี่ยงในการเป็นโรคเหล่านี้สูงกว่าคนมีน้ำหนักทั่วไป ข้อดีอีกอย่างคือ การลดความอ้วนทำให้ผู้ลดความอ้วนนั้นประหยัดเงิน เพราะเนื่องจากคนอ้วนนั้น ไม่ว่าจะซื้อเสื้อผ้า อาหาร จะต้องใช้จำนวนเงินมากกว่าคนที่มีรูปร่างปกติทั่วไป เนื่องจากวัตถุดิบที่ใช้นั้นต้องใช้จำนวนที่มากกว่า จึงต้องจ่ายแพงกว่า นอกจากนี้แล้ว คนที่ลดความอ้วนที่ได้ผล ยังได้รับความมั่นใจจากการลดความอ้วน เพราะคนอ้วนส่วนใหญ่ ไม่มีความมั่นใจในตนเองเนื่องจากรูปร่างที่แตกต่างจากคนอื่น สิ่งต่างๆเหล่านี้คือข้อดีที่ได้จากการลดความอ้วน ลดความอ้วนมีแต่ดีไม่มีเสีย

เมื่อเราได้เห็นข้อดีของการลดความอ้วน และข้อเสียของการมีน้ำหนักตัวมากแล้ว เมื่อคุณอ่านจบ คุณพร้อมรึยังที่จะลดความอ้วน ก่อนที่โรคร้ายต่างๆจะถามหาคุณ เริ่มต้นลดความอ้วนเสียแต่วันนี้เถิดจะเกิดผล

วิธีลดความอ้วนง่ายๆ 8 ขั้นตอน

1.วิธีลดความอ้วนโดยการออกกำลังกาย เราควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที โดย 30นาทีแรกเป็นการเร่งการเผลผลาญของกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย การเร่งกระบวนการเผาผลาญมีหลายวิธี เช่น การวิ่ง การเดินเร็ว การว่ายน้ำ การเต้นแอโรบิค สิ่งต่างๆเหล่านี้เมื่อเราทำเป็นประจำจะทำให้อัตราการเผาผลาญของร่างกายเพิ่มขึ้น ทำให้กระบวนการเมตาบอลิซึ่มในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น

2.วิธีลดความอ้วนโดยการเลือกการบริโภคอาหาร เช่น เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ผัก ผลไม้ ถั่วต่างๆ และงดอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ไขมันจากสัตว์ ขนมต่างๆ

3.วิธีลดความอ้วนโดยการบริโภคน้ำสะอาดให้เพียงพอ วันนึงคนเราควรรับประทานน้ำให้ได้ถึงวันละ8-10 แก้วในคนปกติ แต่ในคนอ้วน ต้องดื่มน้ำให้มากกว่านั้น เพราะว่าน้ำจะเป็นส่วนที่ทำให้ไขมันของร่างกายน้อยลง เนื่องจากน้ำจะไปทำความสะอาดอวัยวะต่างๆของร่างกาย อีกทั้งการดื่มน้ำมากๆ จะทำให้ผิวพรรณผ่องใสอีกด้วย

4.วิธีลดความอ้วนโดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ควรพักผ่อนวันละ 6-8 ชม. ต่อวัน โดยนอนแต่หัววัน และตื่นแต่เช้ามือ เพื่อให้กระบวนการในร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

5.วิธีลดความอ้วนโดยการรับประทานอาหารเช้า เพราะการรับประทานอาหารเช้าทำให้กระบวนการเผาผลาญในร่างกายทำงานได้อย่างดีแลเป็นปกติ

6.วิธีลดความอ้วนโดยการหากิจกรรมยามว่างทำ เช่น การอ่านหนังสือ การดูภาพยนตร์ ฯลฯ เพราะกิจกรรมยามว่างทำให้เราหันเหความสนใจไปในด้านอื่นที่ไม่ใช่อาหาร

7.วิธีลดความอ้วนโดยการสร้างแรงบันดาลใจให้ตนเอง เช่น การหาเสื้อผ้าสวยๆมาแขวนไว้ดู และให้จินตนาการว่าเราสวมใส่ชุดนั้นออกมาสวยเพียงใด

8.วิธีลดความอ้วนโดยลดความเครียด เพราะความเครียดก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คนอ้วนขึ้น เนื่องจากพอเครียดแล้วเรามักจะหาอาหารใส่ปากเสมอๆ ดังนั้นเราจึงต้องไม่ทำตัวให้เครียด

more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

ลดหุ่นให้เข้าที่ ด้วย 35 วิธีลดความอ้วน

ลดหุ่นให้เข้าที่ ด้วย 35 วิธีลดความอ้วน | JR PLOY | Scoop.it

อยากลดหุ่นให้เข้าที่หรือ? ง่าย ๆ เลยค่ะ ลองเลือกทำตามวิธีลดความอ้วน ที่กระปุกดอทคอมนำฝากในวันนี้ ดูสิว่า วิธีไหนเหมาะสมกับคุณบ้าง หรือจะเลือกใช้ทุกวิธี เอาให้ผอมทันใจก็ย่อมได้ รับรองว่าดีต่อสุขภาพค่ะ

1.รับประทานผัก-ผลไม้มาก ๆ

อย่าละเลยการรับประทานผัก-ผลไม้เด็ดขาดค่ะ เพราะผักผลไม้มีทั้งเส้นใย และสารอาหารต่าง ๆ ที่ดีกับคุณสาว ๆ แถมทานมากเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนด้วย

2. หลีกเลี่ยงการทานอาหารทอด ๆ และติดมัน

อาหารทอด ๆ มาพร้อมกับน้ำมันที่จะมาทำให้คุณอวบอั๋นขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย เช่นเดียวกับอาหารเนื้อสัตว์ติดมัน เช่น กุนเชียง หมูสามชั้นทอดกรอบ หนังไก่ กากหมู ถ้าไม่อยากอ้วน อดใจไว้ค่ะ

3.ทานดาร์กช็อกโกแลต

ใช่ค่ะ คุณหูไม่ฝาด เรากำลังแนะนำให้คุณทานช็อกโกแลต แต่ไม่ใช่ว่าช็อกโกแลตทั่ว ๆ ไปก็ทานได้หรอกนะคะ ต้องเป็นดาร์ก ช็อกโกแลตเท่านั้น ถึงจะมีสารแอนตี้ออกซิเดนท์ และเป็นประโยชน์กับร่างกายของคุณสาว ๆ

4. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

แทบจะทุกบทความ ที่แนะนำให้คุณดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8-12 แก้ว เพราะน้ำจะช่วยเร่งระบบการเผาผลาญ จึงช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินให้คุณด้วย ซ้ำยังช่วยให้คุณอิ่มเร็วขึ้นด้วย หากคุณดื่มน้ำ 1 แก้ว ก่อนทานอาหารทุกครั้ง แต่อย่าชะแว้บ! ไปมอง "น้ำอัดลม" หรือ "น้ำผลไม้" เชียว ยกเว้น "น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง" ที่เราแนะนำให้คุณดื่มได้

5.ดื่มน้ำอย่างน้อย 1 แก้วหลังตื่นนอน

จำ และทำให้เป็นนิสัย เพราะการดื่มน้ำอย่างน้อย 1 แก้ว ทันทีหลังจากที่คุณเพิ่งตื่นนอน จะทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังจะช่วยให้ระบบขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายทั้งหนักทั้งเบา ทำงานได้อย่างคล่องตัว

6.ทานอาหารเช้า

จำได้ไหมว่า อาหารเช้าคืออาหารมื้อสำคัญที่สุดของวัน ถ้าหากคุณสาว ๆ พลาดอาหารเช้าในช่วงเวลา 6.00-10.00 น.ไปล่ะก็ คุณอาจจะรู้สึกหิวในมื้อต่อ ๆ ไปมากขึ้น ทีนี้ล่ะ คุณอาจจะเผลอตัวเผลอใจสวาปามอาหารที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่ยั้ง แล้วจะลดน้ำหนักได้อย่างไรล่ะจ๊ะ

7.กินเพื่ออยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน

การไดเอท ไม่ได้สำคัญที่ว่าคุณทานอะไรเข้าไป แต่สำคัญที่ว่า ทำไมคุณถึงทานเข้าไปต่างหาก ฉะนั้นแล้ว หากใครชอบกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เพียงเพื่ออยากทานสิ่งนั้น จงเปลี่ยนพฤติกรรมด่วนค่ะ ทานให้แต่พออิ่มจะดีกว่า และควรทานเมื่อเวลาที่หิวจริง ๆ

8.ออกกำลังกายสำคัญสุด ๆ

แน่นอนว่า หนึ่งในวิธีที่คนทั่วโลกแนะนำก็คือ การออกกำลังกายนี่แหละ เพราะมันจะช่วยรักษาน้ำหนักให้คงที่ในระยะยาวได้ แถมยังจะช่วยให้คุณเผาผลาญแคลอรีให้กลายเป็นพลังงานได้คราวละมาก ๆ ด้วย หากคุณสาว ๆ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ลองหาเวลาเดินวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน นอกจากคุณจะควบคุมน้ำหนักได้ดีแล้ว ยังจะมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงอีกด้วยล่ะ

9.หาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ไดเอท

เขาว่า "คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย" ใช่ไหมล่ะ เพราะฉะนั้น อย่ามาท้อแท้กับการไดเอทเพียงลำพังเลย ลองหาเพื่อนที่มีแนวคิดเดียวกัน แล้วชวนมาลดความอ้วนด้วยกันดีกว่า เพราะการมีเพื่อนหัวอกเดียวกัน จะทำให้คุณมีกำลังใจขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ

10.อย่ากักตุนอาหารในตู้เย็น

สาว ๆ มักจะชอบซื้ออะไรต่อมิอะไรมาเก็บไว้ในตู้เย็น อ้างว่าเตรียมไว้รับรองแขกบ้าง ไว้เลี้ยงเพื่อนบ้างล่ะ แต่สุดท้ายก็มักจะเหลือเต็มตู้เย็น จนคุณสาว ๆ นั่นแหละต้องมาทานเอง เพราะฉะนั้น หากไม่อยากอ้วน กำจัดของกินในตู้เย็นโดยด่วน คุณจะได้ไม่เผลอหยิบติดมือมาทานได้ง่ายเกินไปนั่นเอง แต่ถ้าอยากจะมีอาหารติดในตู้เย็น แนะนำว่า ผักผลไม้ และบรรดาอาหารเพื่อสุขภาพทั้งหลายจะเวิร์กที่สุดค่ะ

11.อย่ากินไป ดูทีวีไป

รู้หรอกน่า ว่าคุณสาว ๆ ชอบกินนั่น กินนี่ กินจุบกินจิบทั้งวันไม่เป็นเวลา โดยเฉพาะเวลานั่งดูโทรทัศน์ หรือนั่งอ่านหนังสือ มักจะหาอะไรติดไม้ติดมือเข้าปากเป็นประจำ แต่นั่นแหละค่ะ การที่คุณสาว ๆ หยิบคุ้กกี้บ้าง ขนมปังกรอบบ้าง มันฝรั่งทอดบ้าง เข้าปากแต่ละที คุณจะเพลินจนลืมเรื่อง "อ้วน" ไปชั่วขณะเลยทีเดียว

12.ใส่ใจ "ข้าวกล้อง" กันให้มากขึ้น

ปกติเรามักจะชินกับการรับประทาน "ข้าวขาว" ซึ่งจะได้เพียงแค่คาร์โบไฮเดรตเท่านั้น แต่หากคุณเปลี่ยนมาทาน "ข้าวกล้อง" แทน คุณจะได้ทั้งคาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่มากมายจากเยื่อหุ้มและจมูกข้าวที่ไม่ได้ถูกขัดสีออกไป

13."น้ำตาล" และ "เกลือ" จอมวายร้าย

"น้ำตาล" เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณมีปัญหาเรื่องน้ำหนัก เพราะฉะนั้นบรรดาของหวาน ลูกอม น้ำอัดลม เค้กต่าง ๆ จงงดเสีย!!! ให้ดื่มน้ำมะนาวแทน หรือทานน้ำตาลที่มาจากผลไม้จะดีกว่า เช่นเดียวกับ "เกลือ" ที่เราควรได้รับโซเดียมวันละไม่เกิน 1 ช้อนชาเท่านั้น แต่เกลือ หรือโซเดียมที่ผสมอยู่ในขนมต่าง ๆ อาหารฟาสต์ฟู้ดส์ รวมทั้งซุปที่ทานเข้าไปในแต่ละวัน ล้วนเกินปริมาณที่กำหนด จึงเป็นสาเหตุให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพมากมายตามมาได้ เพราะฉะนั้น ลดซะ!!!

14.ระวัง!!! สลัดน้ำข้น

คุณสาว ๆ หลายคนอาจสงสัย ทำไมทานสลัดอยู่ทุกวัน ๆ ยังอ้วนอีก เพราะลืมไปว่า ตัวเองทานผักสลัดกับสลัดน้ำข้นนั่นไงล่ะ รู้ไหมว่า สลัดน้ำข้นนั้นอุดมไปด้วยครีมนม และไขมันนม ซึ่งหากรับประทานเข้าไปมาก ๆ แม้จะทานกับผักก็เถอะ ร้อยทั้งร้อย "อ้วน" อย่างไม่ต้องสงสัยเลยล่ะ

15.สรรหาจานสีเข้ม ๆ

มีผลการศึกษาระบุว่า การใช้จานอาหารสีสดใสจะช่วยกระตุ้นให้คุณอยากทานอาหารมากขึ้น กลับกันหากคุณใช้จานอาหารสีเข้ม ๆ โดยเฉพาะสีน้ำเงิน จะทำให้คุณลดความอยากอาหารลงไปได้ และนี่เองจะช่วยสกัดกั้นไม่ให้คุณทานมาก จะได้ไม่ต้องลดน้ำหนักอย่างเอาเป็นเอาตายภายหลังอย่างไรล่ะคะ

16. ใช้ภาชนะให้เล็กลง

นอกจากใช้ภาชนะสีเข้ม ๆ แล้ว การเปลี่ยนจานให้เล็กลง ก็เป็นวิธีทางจิตวิทยา ที่ทำให้เรารู้สึกว่า อาหารมีปริมาณมากขึ้น ทำให้เรารู้สึกอิ่มได้เร็ว ไม่อยากหาอะไรทานอีก

17.ลด "ชา" , "กาแฟ" , "ครีมเทียม"

การรับประทาน "ชา" , "กาแฟ" มากกว่าสองแก้วต่อวัน อาจทำให้คุณอ้วนได้ โดยเฉพาะหากใครชอบใส่ "ครีมเทียม" ในกาแฟ จะทำให้คุณได้รับแคลอรี่มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว รวมทั้งกาแฟสดทั้งหลายด้วยล่ะ

18.เคี้ยวช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม

การเคี้ยวอาหารช้า ๆ และเคี้ยวอย่างละเอียด ช่วยคุณสาว ๆ ลดความอ้วนได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะจะทำให้สมองมีเวลาที่จะส่งสัญญาณไปบอกให้ท้องรู้สึกอิ่มได้แล้ว กลับกันคนที่เคี้ยวเร็ว กินเร็ว จะไม่รู้สึกอิ่มแม้ทานอาหารหมดจานแล้ว และเมื่อท้องไม่อิ่ม คุณสาว ๆ ก็มักจะมองหาของหวานตบท้ายมื้ออาหาร ซึ่งจะนำความอ้วนมาสู่ร่างกายของคุณอย่างชัวร์ ๆ

19.หลีกเลี่ยงไข่แดง ให้ทานไข่ขาว

ไข่แดง อุดมไปด้วยคอเลสเตอรอล ที่เป็นบ่อเกิดของโรคหัวใจ และโรคอ้วน แต่ไข่ขาวไม่มีคอเลสเตอรอล ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานไข่แดง หรือทานในปริมาณน้อย และหันมาทานไข่ขาวแทน นอกจากนี้ หากวันไหนทานไข่มาก ๆ ก็ควรงดการทานอาหารที่มีไขมันสูงในมื้ออื่น ๆ ของวันเดียวกันด้วย เพื่อไม่ให้มีคอเลสเตอรอลสะสมในร่างกายมากเกินไป

20.อย่าให้รางวัลตัวเอง ด้วยการไปทานอาหาร

สอบผ่าน! โปรเจกท์ผ่าน! พรีเซนต์งานผ่าน! ไปฉลองกันดีกว่า!!! หยุดความคิดนี้เลยค่ะ เพราะการที่คุณให้รางวัลกับความสำเร็จของตัวเอง ด้วยการไปรับประทานอาหารตามใจปาก อาจทำให้คุณอ้วนได้เหมือนกัน ทางที่ดีให้รางวัลกับตัวเองด้วยการทำสิ่งที่ตัวเองปรารถนา ยกเว้นเรื่องกิน!!! เช่น ไปช้อปปิ้ง ไปเที่ยวพักผ่อน นวดหน้า ทำผม ขัดผิว ฯลฯ จะดีที่สุดค่ะ

21.จำไว้ อย่าอด

ใช่ว่า การไดเอทคือการอดอาหาร เพราะยิ่งคุณอดอาหารเท่าไหร่ จะมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด แถมยังทำให้คุณหิวมากขึ้นมากขึ้น จนทำให้คุณสามารถทานได้มากกว่าปกติในมื้อต่อไป

22.แบ่งทานบางส่วน ไม่ต้องทานให้หมด

สาว ๆ หลายคนบ่นเสียดายอาหารที่อยู่ตรงหน้า ไม่อยากเหลือทิ้งไว้ แต่สำหรับกฎเกณฑ์ของการลดความอ้วน คุณไม่จำเป็นต้องทานหมดหรอกค่ะ โดยคุณควรจะแบ่งอาหารในจานไว้ 4 ส่วน แล้วทานเพียงแค่ 3 ส่วนก็เพียงพอแล้ว

23.อย่าทานอะไรหลังมื้อเย็นอีก

ไม่ดีแน่ หากคุณทานขนม หรืออาหารอะไรหลังจากคุณทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว ทางที่ดีคือ ควรจะให้ร่างกายได้พักผ่อนจากการย่อยอาหาร แล้วไปเริ่มทำงานใหม่ในมื้อเช้าของวันรุ่งขึ้นจะดีกว่า

24.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะว่า หากคุณพักผ่อนนอนหลับไม่เพียงพอ อาจจะมีผลกระทบต่อฮอร์โมนเลปติน ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมความอยากอาหาร ดังนั้น อาจทำให้คุณยับยั้งชั่งใจในการรับประทานไม่อยู่ และอ้วนขึ้นได้ นอกจากนี้ หากคุณนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอแล้ว ก็สามารถช่วยให้ร่างกายกำจัดไขมันส่วนเกินออกไปได้เช่นกัน

25. ทานหลาย ๆ มื้อ (เล็ก ๆ) ในหนึ่งวัน

ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การทานอาหาร 4-5 มื้อเล็ก ๆ ในแต่ละวัน จะช่วยควบคุมระบบการเผาผลาญ และความอยากอาหารได้ดีกว่าการทานอาหารมื้อปกติ 3 มื้อ โดยระหว่างมื้ออาหาร คุณอาจทานสแน็ก หรือผลไม้ เพื่อให้คุณอิ่ม และไม่หิวมากจนกระทั่งถึงมื้อต่อไป ทีนี้ในมื้อต่อไป คุณก็จะทานอาหารได้น้อยลงแล้ว

26. โปรตีน ตัวช่วยลดความอ้วนในทุก ๆ มื้อ

มีคำแนะนำให้ในแต่ละมื้ออาหารต้องมีอาหารประเภทโปรตีนผสมด้วย เพราะโปรตีนจะช่วยคงสภาพกล้ามเนื้อ และกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น โดยโปรตีนที่แนะนำก็คือ อาหารจำพวกถั่ว นม โยเกิร์ตนั่นเอง

27.เผ็ดหน่อย อร่อยดี

การศึกษาพบว่า "พริก" ช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย และช่วยในการเผาผลาญ จึงมีประโยชน์เรื่องการควบคุมน้ำหนัก นอกจากนี้ การกินพริก จะไม่ทำให้รู้สึกอยากกินหวานอีก รับรองว่า กินพริกแล้ว ลืมเรื่องความอ้วนไปได้เลย

28.ดื่มชาเขียว

มหาวิทยาลัยสวิสเซอร์แลนด์พบว่า การดื่มชาเขียวเป็นทางหนึ่งที่ช่วยลดน้ำหนัก เพราะจะช่วยเรื่องการเผาผลาญแคลอรี่ได้ ดังนั้นควรพยายามดื่ม 3 ถ้วยต่อวัน แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่า ต้องเป็นชาเขียวบริสุทธิ์จริง ๆ ไม่ใช่ชาเขียวในขวดที่มีส่วนผสมของน้ำตาลในปริมาณมาก แบบนี้ลดความอ้วนไม่ได้แน่นอนค่ะ

29. ดื่มนม ก็ช่วยลดความอ้วน

หากไม่ชอบดื่มชาเขียว จะลองหันมาดื่มนมก็ช่วยลดความอ้วนได้ เพราะนมเป็นแหล่งอุดมไปด้วยแคลเซียม ซึ่งมีการศึกษาพบว่า การที่ร่างกายได้รับวิตามินดีและแคลเซียมสูง จะช่วยให้น้ำหนักของเราลดลงได้ แถมนมยังทำให้เรารู้สึกอิ่มจนไม่อยากทานอาหาร หรือเครื่องดื่มอะไรที่มีน้ำตาลด้วย

30.อ่านฉลากรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ด้วยล่ะ

ก่อนซื้ออาหารหรือเครื่องดื่ม ลองอ่านรายละเอียดที่ติดอยู่ข้างผลิตภัณฑ์ หีบห่อ ฯลฯ ดูก่อนทุกครั้ง เพราะมันจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีแคลอรีสูง หรือไขมันสูงได้ แต่ขอย้ำว่า ยามใดที่ไปซุปเปอร์มาร์เก็ต ควรหลีกเลี่ยงการไปเดินในบริเวณที่ขายคุ้กกี้ พิซซ่าแช่แข็ง และไอศกรีม เพราะคุณอาจจะไม่ทันได้อ่านฉลากข้างกล่องก็ซื้อมันได้ง่าย ๆ เพราะติดใจในความอร่อยของมันนั่นเอง

31..จดบันทึกประจำวันให้เป็นนิสัย

แต่ละวันคุณกินอะไรไปบ้าง ลองจดบันทึกไว้ทุก ๆ สัปดาห์ดูสิ เพราะมันจะช่วยให้คุณยับยั้งชั้งใจ และควบคุมพฤติกรรมการรับประทานอาหารได้ดีเลยทีเดียว

32.ทานผลไม้สด ดีกว่าผลไม้ดอง หรือน้ำผลไม้ปั่น

น้ำผลไม้ปั่นมักผสมน้ำเชื่อม น้ำตาล ทำให้คุณสาว ๆ ได้รับน้ำตาลเกินความจำเป็น ขณะเดียวกัน ผลไม้ดอง ก็อาจมีสารแซคคารีน หรือที่เรียกว่าขัณฑสกรผสมอยู่ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะฉะนั้น ถ้าอยากได้วิตามินที่ครบถ้วน เลือกทานผลไม้สดดีกว่าแน่นอนค่ะ

33.ความเครียด คือ จุดอ่อน

รู้ไหมคะว่า เมื่อฮอร์โมนความเครียดเพิ่มขึ้น ก็ทำให้ความต้องการอาหารในร่างกายเพิ่มขึ้น หรือทำให้หิวนั่นเอง แถมหิวบ่อยชนิดที่ไม่รู้ตัวเลยด้วย เพราะคนเครียดส่วนใหญ่มักจะจมอยู่กับความเครียด จนลืมสังเกตพฤติกรรมการกินของตัวเอง ดังนั้น ทำตัวเองให้ห่างไกลจากความเครียดเถอะค่ะ

34.หัวเราะ ช่วยลดความอ้วน

งานวิจัยระบุว่า การหัวเราะจะทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ขณะเราหัวเราะ จะหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปได้มากขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อท้องได้ออกกำลังไปในตัว

35.ชั่งน้ำหนักอาทิตย์ละครั้ง

ไม่จำเป็นที่คุณจะรีบร้อน ชั่งน้ำหนักตัวทุก ๆ วัน เพราะหากคุณลดไม่ได้ดังใจปรารถนาแล้ว จะยิ่งทำให้คุณเครียดเสียเปล่า ๆ เพราะฉะนั้น ชั่งน้ำหนัก และเปลือยกายสำรวจตัวเองในห้องน้ำอาทิตย์ละครั้งก็เพียงพอแล้วล่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับ 35 วิธีลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนัก ที่เรานำมาแนะนำกันวันนี้ ใครถูกใจวิธีไหน ลองไปใช้กันดูนะคะ อ้อ...แล้วก็ต้องปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอด้วยล่ะ ถึงจะเห็นผลเร็วค่ะ

more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

เรื่องน่ารู้รอบตัว

1.

ไข่ขาวสามารถใช้รักษาแผลน้ำร้อนลวกได้ จริงหรือ

เฉลย

จริง โดยใช้ไข่ขาว มาทาที่น้ำร้อนลวกให้ทั่วทิ้งไว้จนแห้ง ไปเอง แล้วรอสักพักใหญ่ๆ จึงล้างออกจะไม่มีรอยแดง หรือพองเลย ข้อสำคัญ ก่อนทาไข่ขาวอย่าให้ถูกน้ำเย็นหรือของอื่นเลย และอย่าไปแกะ หรือเกาตอนที่ใกล้จะแห้ง เพราะจะทำให้หนังถลอก

2.

ยาหม่องสามารถใช้ขจัดหมากฝรั่งเปื้อนผ้าได้ จริงหรือ

เฉลย

จริง โดยการใช้ยาหม่องถูตรงยางเหนียวๆ ของหมากฝรั่งไปมา ไม่นานยางของหมากฝรั่งก็จะหลุดออกหมด แล้วจึงนำผ้าไปซักตามปกติ

3.

ใส่หลอดในขวดซอสมะเขือเทศจะทำให้เทออกง่าย จริงหรือ

เฉลย

จริง โดยการใส่หลอดลงไปให้ลึกถึงก้นขวด เพื่อให้อากาศสามารถแทรกผ่าน เข้าไปในขวดได้ แล้วเทซอสมะเขือเทศ ก็จะไหลออกมาง่ายขึ้น

4.

ถุงน่องแช่น้ำเกลือช่วยให้ถุงน่องไม่ขาดง่าย จริงหรือ

เฉลย

จริง โดยการนำเกลือ 2 ถ้วยผสมกับน้ำ 1 แกลอน แช่ถุงน่องใหม่ไว้นาน 3 ชั่วโมง แล้วล้างด้วยน้ำเย็น ยกถุงน่องขึ้น มาตากให้น้ำหยดจนแห้ง ก็จะทำให้ถุงน่องคงสภาพ และเหนียวทนนาน

5.

มันฝรั่งกำจัดกลิ่นปลาร้าติดมือได้ จริงหรือ

เฉลย

ไม่จริง แต่มันฝรั่งสามารถกำจัดกลิ่นหัวหอมติดมือได้ โดยการนำมันฝรั่งที่ปอกแล้ว มาถูมือที่มีกลิ่นหัวหอมติดอยู่ กลิ่นหัวหอมก็จะค่อยๆ จางหายไป

6.

พริกแห้งใช้ไล่แมลงวันได้ จริงหรือ

เฉลย

จริง เวลาตากของแห้งไว้ จะมีแมลงวันมาตอม ให้เอาพริกแห้ง 5 - 6 เม็ด เสียบไว้รอบกระด้ง ไอร้อนของพริก จะทำให้แมลงวันไม่กล้าเข้าใกล้

7.

เบียร์ช่วยคลายเกลียวขึ้นสนิมได้

เฉลย

จริง ให้รินเบียร์ลงไปบนเกลียวขึ้นสนิมนิดหน่อย รอ 2-3 นาที ความเป็นกรดของเบียร์ จะช่วยขจัดสิ่งสกปรก และเศษสนิม ทำให้เกลียวหมุนเปิดได้ง่ายขึ้น

8.

เอาผ้าไหมแช่ช่องแข็งจะทำให้รีดง่าย จริงหรือ

เฉลย

จริง การรีดผ้าไหม ควรใช้ไฟอ่อนๆ เพราะผ้าไหมจะไหม้เกลียม หรือเป็นสีเหลืองได้ง่าย แต่ถ้าผ้าไหมยับมาก ก่อนรีดควรฉีดพรมน้ำยาให้ทั่ว แล้วพับใส่ถุงพลาสติก นำไปแช่ในช่องแข็งของตู้เย็น ประมาณ 10 -15 นาที แล้วจึงนำออกมารีด จะทำให้รีดผ้าไหมได้ง่าย และเรียบยิ่งขึ้น

9.

นำเหรียญสลึงใส่แจกันช่วยให้ดอกไม้ไม่เหี่ยวเฉาได้ จริงหรือ

เฉลย

จริง โดยให้หย่อนเหรียญสลึงลงไปในแจกัน ส่วนผสมที่เป็นทองแดงในเหรียญ จะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุให้ดอกไม้เหี่ยวเฉา

10.

ใบฝรั่งช่วยดูดกลิ่นได้ จริงหรือ

เฉลย

จริง โดยให้นำใบฝรั่งมาตำให้ละเอียดคั้นเอาแต่น้ำ แยกกากใบออก น้ำมันหอมระเหยที่ได้ จะทำหน้าที่ดับกลิ่น ส่วนกากใบที่ได้ให้นำไปวางไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อช่วยดูดกลิ่นได้

more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

The Voice Thailand - แอนนี่ - ฟั่นเฟือน - 11 Nov 2012

The Voice Thailand รอบ Live Round วันที่ 11 Nov 2012 แอนนี่ - นวัชภัทร์ ไชยทะ เพลง : ฟั่นเฟือน [พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง] ทีมโค้ช :ก้อง สหรัถ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติ...
more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

สเต็กเนื้อ สูตรเด็จ พร้อมวิธีทำสเต็กเนื้อและสูตรหมักสเต็กเนื้อวัวนุ่มๆ

สเต็กเนื้อ สูตรเด็จ พร้อมวิธีทำสเต็กเนื้อและสูตรหมักสเต็กเนื้อวัวนุ่มๆ | JR PLOY | Scoop.it

รวมมาครบทั้งสูตรสเต็กเนื้อวิธีทำสเต็กเนื้อพร้อมด้วยวิธีหมักสเต็กเนื้อวัวนุ่มๆ เอาเป็นว่าเอาไปทำทานหรือทำขายก็ได้ หรือใครคิดหวังรวยก็ไม่ว่ากัน บ้านเราเดียวนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักสเต็กกันแล้วนะครับ แถวอีสารเรียกเนื้อย่างจิ่มแจ๋ว ฮ่าๆ สเต็กเนื้อนี้สามารเอาเนื้อวัวมาทำได้หลายส่วนแต่ละส่วนก็ความเหนียวแต่กต่างกันไป และคนที่ท่านเองก็จะชอบไม่เหมือนกัน ท่านใดชอบส่วนไหนก็จัดหามาทำได้ตามสดวก หลายท่านบ่นว่าสเต็กเนื้อมันเนียวไม่ชอบ เราก็มีท่างแก้ทำให้สเต็กเนื้อนุ่มได้ โดยใช้น้ำสัปปะรด 1 ช้อนต่อเนื้อ 1 กก. จะใช้มากกว่านนี้ก็ได้นะครับ หากท่านชอบนุ่มมาก หลายที่นิยมใช้ ผงหมักเนื้อนุ่ม แต่ผมไม่แนะนำเดียวจะทำให้กระเพราะนุ่ม เข่าเรื่องสูตรสเต็กเนื้อวิธีทำสเต็กเนื้อกันเลยครับ

เครื่องปรุงและส่วนประกอบ สเต็กเนื้อ

1 .เนื้อสันนอกวัว 1 กิโลกรัม (เลือกเอาเนื้อชิ้นใหญ่ๆ)

2. พริกไทยป่นตรามือ 2 ช้อนโต๊ะ

3. น้ำสัปปะรด 1 ช้อนโต๊ะ

4. เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

5. ซอสมะเขือเทศ 1 ทัพพี

วิธีทำสเต็กเนื้อและสูตรหมักสเต็กเนื้อวัวนุ่มๆ

1.แล่เนื้อสันนอกให้เป็นแผ่นหนาครึ่งเซนติเมตร แล้วใช้ค้อนทุบอาหารทุบเบา ๆ

2.ใส่พริกไทยป่น น้ำสัปปะรด เกลือ ซอสมะเขือเทศ ผสมลงในเนื้อแล้วใช้มือขยำให้เครื่องปรุงซึมเข้าไปใน เนื้อจนทั่ว หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 20 นาที

3.แยกเนื้อเป็นชิ้นใส่ถุงพลาสติก เก็บเรียงใส่กล่องทัพเพอแวร์ หมกไว้ใต้น้ำแข็ง

4.เมื่อลูกค้าสั่งจึงนำเนื้อมาอุ่นในเตาไมโครเวฟ แล้วย่างบนเตาจนสุก

เครื่องปรุงและส่วนประกอบ น้ำเกรวี่ สเต็กเนื้อ

1.กระดูกวัว เศษเนื้อวัว อย่างละ 1/2 กิโลกรัม

2.พริกไทยดำเม็ดตรามือโขลกหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ

3.มะเขือเทศ 10 ผล

4.หอมหัวใหญ่ 5 หัว

5.เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ

6.น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ น้ำเกรวี่ สเต็กเนื้อ
นำเครื่องปรุงทั้งหมดใส่หม้อเติมน้ำให้ท่วมแล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อน ๆ เคี่ยวนาน 2 ชั่วโมง จนได้น้ำเกรวี่เหนียวข้น เมื่อย่างสเต็กเนื้อเสร็จให้ราดน้ำเกรวี่บนเนื้อให้ชุ่ม แค่นี้ก็พร้อมท่านแล้ว
ก็มีแค่นี้ครับสำรับสูตรสเต็กเนื้อพร้อมวิธีทำสเต็กเนื้อและสูตรหมักสเต็กเนื้อวัวนุ่มๆ เดียวคาวหน้าเรามาทำ สเต็กหมู, สเต็กปลา และสเต็กหมูไก่กัน

more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

เคล็ดลับอาหาร ไข่ต้มยางมะตูม

เคล็ดลับอาหาร ไข่ต้มยางมะตูม | JR PLOY | Scoop.it

เคล็ดลับ ไข่ต้มยางมะตูม

ไข่ต้มยางมะตูม

เคยเห็นกันไหมครับไข่ต้มที่มีไข่แดงครึ่งสุกครึ่งดิบ หรือที่เรียกกันว่าไข่ต้มยางมะตูม หลาย ๆ คนชอบแต่ไม่รู้วิธีต้ม ซึ่งบางคนก็บอกว่าจะต้องนำ ไข่เป็ดมาต้มเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่นะครับ จริง ๆ ไม่ว่าจะ ไข่ไก่ หรือ ไข่เป็ด ก็สามารถนำมาต้มให้เป็นไข่ต้มยางมะตูม ได้เหมือนกันเพียงแต่ว่าจะต้องทำตามเคล็ดลับดังนี้

สิ่งที่ต้องใช้

ไข่ไก่สด หรือ ไข่เป็ดสด KCF
น้ำเย็น
วิธีต้มไข่ยางมะตูม

นำไข่ลงแช่ในน้ำอุ่น 1 นาที (ไข่ไก่ ,ไข่เป็ด ตามแต่ชอบ)
นำไข่ลงต้มในน้ำเดือด (จับเวลา 6 นาที)
นำไข่ต้ม ลงแช่ในน้ำเย็นทันที
แกะเปลือกออก พร้อมเสิร์ฟ
เพียงเท่านี้ก็ได้ทาน “ไข่ต้มยางมะตูม” แสนอร่อยกันแล้ว

more...
No comment yet.
Scooped by Ployploy Kamonkuptipong
Scoop.it!

ราดหน้าซีฟู๊ดผงกะหรี

ราดหน้าซีฟู๊ดผงกะหรี่ | JR PLOY | Scoop.it

ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ 200 กรัม

* กุ้ง 5-8 ตัว (ปอกเปลือก, ผ่าหลังดึงเส้นดำออก)

* หอยเชลล์ 150 กรัม

* ปลาหมึก 200 กรัม หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ

* กระเทียมสับ 3 ช้อนโต๊ะ

* ผงกะหรี่ 1 ช้อนโต๊ะ

* น้ำซุป 1/4 ถ้วย

* หอมหัวใหญ่ 1 หัว หั่นเป็นลูกเต๋า

* พริกหวาน (เขียวและแดง) หั่นเป็นลูกเต๋าใหญ่ 1 ถ้วย

* น้ำมันหอย 1 ช้อนชา, ซ๊อสปรุงรส 1 ช้อนชา

* ซีอิ๊วขาว 1.5 ช้อนโต๊ะ, น้ำมันพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ

* น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ, พริกไทยป่น 1 ช้อนชา

* แป้งมันผสมน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ

* ไข่ไก่ 1 ฟอง

* ต้นหอมหั่นเป็นท่อน 1/4 ถ้วย (สำหรับแต่งหน้า)

* ขึ้นฉ่ายหั่นเป็นท่อน 1/4 ถ้วย (สำหรับแต่งหน้า)

* น้ำมันพืช

วิธีทำทีละขั้นตอน

1. นำเส้นก๋วยเตี๋ยวลงไปทอดในน้ำมันพืชจนกรอบ พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน และนำมาตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม พอคำ จัดใส่จานพักไว้

2. ตีไข่ผสมกับผงกะหรี่ น้ำมันหอย, ซ๊อสปรุงรส, ซีอิ๊วขาว, น้ำมันพริกเผา, น้ำตาลทรายและพริกไทยป่น ให้เข้ากัน

3. นำกระทะตั้งไฟแรง ผัดกระเทียมกับกุ้ง, หอยเชลล์และปลาหมึกในน้ำมันจนใกล้สุก จึงใส่ หอมหัวใหญ่, พริกหวาน จากนั้นจึงเทส่วนผสมในข้อ 2 ลงไปในกระทะ เติมน้ำซุป ผัดจนสุกทั่วกัน แล้วเทส่วนผสมแป้งมันลงไป คนเบาๆให้เข้ากัน

4. ตักน้ำราดบนเส้นก๋วยเตี๋ยว (่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 1) โรยหน้าด้วยขึ้นฉ่ายและต้นหอม เสริฟทันทีขณะร้อน

more...
No comment yet.